การจราจรบนถนนสาย 304 มุ่งสู่อีสานหนาแน่นช่วงสงกรานต์ แต่ผู้เดินทางลดลงกว่าปีก่อน
บรรยากาศการจราจรบนถนนสาย 304 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากปราจีนบุรีไปยังโคราชและมุ่งสู่อีสาน เริ่มมีความหนาแน่นมากขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะในช่วงบ่ายวันที่ 11 เมษายน 2569 อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพบว่าจำนวนผู้เดินทางกลับภูมิลำเนามีปริมาณลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
สภาพการจราจรและปริมาณรถยนต์
ในช่วงบ่ายของวันที่ 11 เมษายน บนถนนสาย 304 ตั้งแต่พื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอกบินทร์บุรี ไปจนถึงอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี มีประชาชนทยอยเดินทางกลับบ้านมากขึ้น โดยปริมาณรถหนาแน่นเป็นช่วงๆ แต่รถยังสามารถใช้ความเร็วได้ประมาณ 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่มีรถติดสะสมแต่อย่างใด
ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ซึ่งเป็นปั๊มแรกฝั่งขาขึ้นในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา พบว่ามีประชาชนจากพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น จังหวัดชลบุรีและระยอง ซึ่งออกจากที่ทำงานในช่วงบ่ายเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา แวะพักรถและคนขับจนแน่นปั๊มน้ำมัน
การเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
จากการสอบถามผู้ใช้เส้นทางตั้งแต่ต้นทางจนเข้าพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี พบว่าแม้รถมีปริมาณมาก แต่การจราจรไม่ติดขัด เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เดินทางกลับบ้านลดลงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์
นายประเสริฐ เปลื้องรัตน์ ผู้ขี่รถจักรยานยนต์จากจังหวัดชลบุรีเพื่อเดินทางกลับไปจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า "ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงครึ่ง สภาพการจราจรยังไม่แย่มาก มีรถบ้างเล็กน้อย แต่ถ้าออกนอกเมืองไปแล้วคงดีขึ้น ปีที่แล้วรถติดมากกว่า ปีนี้รถก็น้อยลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะน้ำมันแพง เมื่อก่อนเติมน้ำมัน 80-100 บาท ก็ได้เต็มถัง ตอนนี้ต้องเติม 130-150 บาท ซึ่งเป็นไรเดอร์ด้วย น้ำมันแพงมาก คาดว่าจะถึงบ้านประมาณ 1-2 ทุ่ม"
การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ในช่วงค่ำบนถนนสาย 304 ตั้งแต่พื้นที่รอยต่ออำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา มาถึงอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี การจราจรค่อนข้างเบาบาง มีรถติดสะสมเฉพาะบริเวณแยกสัญญาณไฟแดงเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีแจ้งว่า ในช่วงบ่ายมีการจราจรหนาแน่นเพียงเล็กน้อยและเบาบางลงในช่วงเย็น ส่วนในช่วงกลางดึก คาดว่าจะมีประชาชนจากภาคตะวันออกเดินทางเข้ามาเป็นก้อนสุดท้าย ทางตำรวจทางหลวงได้จัดกำลังดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะทางขึ้นเขาโทน เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย
โดยรวมแล้ว แม้การจราจรจะหนาแน่นขึ้น แต่การลดลงของจำนวนผู้เดินทางและความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยให้สภาพการเดินทางในช่วงสงกรานต์ปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น



