รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ปรับแบบสถานีอยุธยาใหม่ รับคำแนะนำ UNESCO-กรมศิลปากร
รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ปรับแบบสถานีอยุธยาใหม่

ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ปรับรูปแบบสถานีอยุธยาใหม่

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ - นครราชสีมา) ในส่วนของสัญญาที่ 4-5 งานโยธาช่วงบ้านโพ - พระแก้ว มีความคืบหน้าในการปรับรูปแบบ "สถานีอยุธยา" ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อแนะนำขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และกรมศิลปากร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาที่ไม่ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพของเมืองมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา

การปรับปรุงรูปแบบสถานีอยุธยา

เพื่อให้การก่อสร้างสถานีอยุธยา ซึ่งอยู่ห่างจากเขตเมืองประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาประมาณ 1.5 กิโลเมตร ไม่รบกวนทัศนียภาพของพื้นที่มรดกโลก โครงการได้จัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (HIA) และนำข้อแนะนำจากคณะผู้เชี่ยวชาญ UNESCO มาปรับปรุงรูปแบบสถานี ดังนี้:

  • ลดความสูงอาคาร: ปรับลดความสูงจากพื้นดินถึงยอดหลังคา จากเดิม 46.00 เมตร เหลือเพียง 28.00 เมตร
  • ลดระดับทางวิ่ง: ปรับลดความสูงสันรางทางวิ่ง (สะพาน) จาก 19.00 เมตร เหลือ 17.00 เมตร
  • ปรับขนาดพื้นที่: ลดพื้นที่ใช้สอยของสถานีลงประมาณ 3,111.94 ตารางเมตร หรือลดลงร้อยละ 13
  • สถาปัตยกรรมร่วมสมัย: นำองค์ประกอบของสถานีรถไฟอยุธยาเดิมมาเป็นแนวทางในการออกแบบ และจะไม่มีการรบกวนชานชาลาของสถานีเดิมที่ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถาน

โครงสร้างสถานี 3 ชั้น เชื่อมต่อการเดินทางครบวงจร

สถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยารูปแบบใหม่ จะเป็นอาคาร 3 ชั้น ความยาวรวม 450 เมตร ออกแบบเพื่อรองรับการเชื่อมต่อที่ครอบคลุม ดังนี้:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  1. ชั้น 1 (Ground Floor): เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง มีชานชาลาระดับต่ำสำหรับรถไฟรางเมตร พร้อมทางเข้า-ออกถนน 4 จุด และทางเข้า-ออกทางน้ำ (ท่าเรือริมแม่น้ำป่าสัก) รวมถึงพื้นที่จอดรถครบวงจร ทั้งรถยนต์, รถบัส, แท็กซี่, รถสามล้อ และจักรยาน
  2. ชั้น 2 (Concourse Level): เป็นศูนย์กลางจำหน่ายตั๋วสำหรับรถไฟทุกประเภท เช่น รถไฟความเร็วสูง, สายสีแดง และทางไกล ภายในมีพื้นที่พักคอย, ร้านค้า, ห้องรับรอง VIP, ห้องสวดมนต์ และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังชานชาลารถไฟรางเมตรและสายสีแดง
  3. ชั้น 3 (Platform Level): พื้นที่เฉพาะสำหรับรถไฟความเร็วสูง ประกอบด้วยชานชาลาแบบเกาะกลาง 2 เกาะ (รวม 4 ชานชาลา)

แผนงานและกำหนดการประมูลใหม่

สำหรับการดำเนินงานก่อสร้าง จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ:

  • ช่วงที่ 1 (36 เดือน): เริ่มต้นด้วยงานสำรวจโบราณคดี, งานก่อสร้างทางวิ่ง และงานโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ
  • ช่วงที่ 2 (36 เดือน): เข้าสู่งานก่อสร้างตัวสถานีอยุธยา โดยปัจจุบันกำหนดค่างานไว้ในส่วนของ Provisional Sum เนื่องจากอยู่ระหว่างรอการแก้ไขแบบรายละเอียดเพิ่มเติม

กำหนดการที่สำคัญ: คาดว่าจะเริ่มกระบวนการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) และราคากลางได้ในช่วง มีนาคม - พฤษภาคม 2569 และตั้งเป้าหมายที่จะอนุมัติสั่งจ้างรวมถึงลงนามในสัญญาใหม่ได้ในช่วง ธันวาคม 2569 - มกราคม 2570

ความท้าทายและภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการ

เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ยังมีภารกิจสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการจัดการ ได้แก่:

  • การสำรวจทางโบราณคดีอย่างละเอียด
  • การออกแบบรายละเอียดสถานีให้สมบูรณ์
  • การรื้อย้ายรางรถไฟและระบบอาณัติสัญญาณเดิม
  • การวางแผนจัดการเดินรถไม่ให้ได้รับผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง
  • การจัดการรื้อย้ายผู้บุกรุกในพื้นที่โครงการ

การปรับรูปแบบสถานีอยุธยานี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการพัฒนาระบบขนส่งสมัยใหม่ที่เคารพและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทย ควบคู่ไปกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ