เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาเร่งตรวจสอบการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในฝูงโคนมในหลายรัฐ โดยพบชิ้นส่วนของเชื้อไวรัสในตัวอย่างนมวัวที่เก็บจากร้านค้า แต่ยังไม่พบเชื้อที่มีชีวิต ซึ่งบ่งชี้ว่าการพาสเจอร์ไรซ์สามารถทำลายเชื้อได้
การตรวจพบเชื้อในนมวัว
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) รายงานว่าได้ตรวจพบชิ้นส่วนของเชื้อ H5N1 ในนมวัวจากฟาร์มในรัฐเท็กซัส แคนซัส และนิวเม็กซิโก โดยคาดว่าเชื้ออาจแพร่กระจายจากนกป่าสู่โคนมผ่านทางอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน
อย่างไรก็ตาม FDA ยืนยันว่านมที่วางขายในท้องตลาดผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ จึงไม่มีความเสี่ยงต่อผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์นมดิบที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนม
การค้นพบครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับอุตสาหกรรมนมของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตนมรายใหญ่ที่สุดของโลก ฟาร์มโคนมหลายแห่งต้องกักบริเวณและตรวจสอบฝูงวัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบความปลอดภัยของเนื้อวัวด้วย แม้ว่า USDA จะระบุว่าเนื้อวัวที่ผ่านการตรวจสอบแล้วปลอดภัยต่อการบริโภค แต่ผู้บริโภคบางส่วนยังคงกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร
ความเสี่ยงต่อมนุษย์
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อชี้ว่า ไข้หวัดนก H5N1 มักติดต่อจากสัตว์สู่คนโดยตรงผ่านการสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ แต่การติดต่อผ่านนมวัวยังไม่เคยมีรายงานมาก่อน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านสุขภาพยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ความเสี่ยงต่อการระบาดในวงกว้างในมนุษย์ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่การกลายพันธุ์ของไวรัสอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ในอนาคต
ข้อแนะนำสำหรับผู้บริโภค
- ดื่มนมที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์เท่านั้น
- หลีกเลี่ยงการบริโภคนมดิบหรือผลิตภัณฑ์จากนมดิบ
- ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกก่อนรับประทาน
- ล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อมีการค้นพบใหม่



