วิกฤตไฟป่าภาคเหนือยังลุกลามหนัก พบจุดความร้อนพุ่งกว่า 2,000 จุด
สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือยังคงน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในวันนี้ (10 เมษายน 2569) มีรายงานพบจุดความร้อนในพื้นที่ 14 กลุ่มป่าทั้งสิ้น 2,001 จุด ซึ่งอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ถึง 1,602 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ 384 จุด ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงเร่งดำเนินการดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับออกลาดตระเวนเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันการลุกลามเพิ่มเติม
ปฏิบัติการดับไฟในพื้นที่ลำปางและแม่ฮ่องสอน
ในจังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่จากสถานีควบคุมไฟป่าเขลางค์ - พระบาท สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท และกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้เข้าดับไฟป่าบริเวณสันดอยปู่ยักษ์ ตำบลเมืองปาน อำเภอเมืองปาน จำนวน 2 จุด ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้สำเร็จ โดยมีพื้นที่เสียหายประมาณ 85 ไร่ สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากการเผาเพื่อหาของป่า
ส่วนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน กองอาสารักษาดินแดนและชุดอาสาดับไฟป่าได้เข้าดับไฟบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยปุ๊ บ้านไร่ ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง ซึ่งสามารถดับไฟได้เฉพาะในพื้นที่ทางราบที่เข้าถึงได้ด้วยการเดินเท้าเท่านั้น เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่สูงชันและลาดชัน ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สะเรียงจึงต้องแจ้งขอรับการสนับสนุนอากาศยานเพื่อช่วยดับไฟในจุดที่ยากต่อการเข้าถึง
ข้อมูลจุดความร้อนและกลุ่มป่าที่ได้รับผลกระทบสูงสุด
ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ได้รายงานข้อมูลจุดความร้อนประจำวันในช่วงเช้าวันนี้ โดยพบว่ากลุ่มป่าที่มีจุดความร้อนสูงสุดคือ กลุ่มป่าห้วยขาแข้ง-แม่วงก์ จำนวน 327 จุด รองลงมาคือ กลุ่มป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์ 295 จุด และ กลุ่มป่าสาละวิน 229 จุด สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของไฟป่าที่ยังคงแพร่กระจายในหลายพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบจากไฟป่า เช่น ระดับฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ที่ติดอันดับเมืองมลพิษโลก รวมถึงกรณีอาสาสมัครดับไฟป่าในบ้านปางไม้ อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์นี้
ชุมชนและหน่วยงานรัฐในหลายพื้นที่ เช่น “บ้านขอ” เมืองปาน และชุมชนรอบพื้นที่อนุรักษ์แจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง กำลังร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก



