สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยยังคงรุนแรง ส่งผลให้เกิดควันพิษปกคลุมพื้นที่หลายจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง ค่าฝุ่นละออง PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง
สาเหตุของไฟป่า
สาเหตุหลักของไฟป่าในภาคเหนือมาจากการเผาพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อเตรียมดินสำหรับเพาะปลูก รวมถึงการหาของป่าและการล่าสัตว์ นอกจากนี้สภาพอากาศที่แห้งแล้งและลมแรงยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบต่อสุขภาพ
ควันพิษจากไฟป่ามีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการแสบจมูก ไอ เจ็บคอ และหายใจลำบาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืดและโรคหัวใจ โรงพยาบาลในพื้นที่รายงานว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 30
- ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นร้อยละ 15
- จำนวนผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นโดยรวมร้อยละ 20
มาตรการรับมือ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ทั้งเฮลิคอปเตอร์บินโปรยน้ำและการทำแนวกันไฟ นอกจากนี้ยังมีการประกาศเขตห้ามเผาในพื้นที่เสี่ยง และขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด
สำหรับประชาชนทั่วไป แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95 เมื่อออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันควันเข้าสู่ตัวบ้าน
แนวโน้มสถานการณ์
คาดว่าสถานการณ์ไฟป่าจะยังคงรุนแรงต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณของฝนตกหนักในพื้นที่ หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมได้เตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด



