สภาผู้บริโภคได้ออกมาเสนอ 5 ข้อเสนอสำคัญเพื่อควบคุมราคาสินค้าและบริการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด
ข้อเสนอที่ 1: ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเข้มงวด
สภาผู้บริโภคเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความต้องการสูงในช่วงวิกฤต เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และยารักษาโรค เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควร
ข้อเสนอที่ 2: กำหนดราคากลางและเพดานราคาสินค้าจำเป็น
เสนอให้มีการกำหนดราคากลางและเพดานราคาสำหรับสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้ในราคาที่เป็นธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรง
ข้อเสนอที่ 3: เพิ่มบทลงโทษผู้เอาเปรียบผู้บริโภค
สภาผู้บริโภคเห็นควรให้เพิ่มโทษสำหรับผู้ที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือกักตุนสินค้าเพื่อแสวงหากำไรเกินควร โดยให้มีโทษทั้งทางอาญาและทางปกครองที่รุนแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องปราม
ข้อเสนอที่ 4: สนับสนุนช่องทางร้องเรียนผู้บริโภค
เสนอให้มีการพัฒนาช่องทางการร้องเรียนสำหรับผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเอาเปรียบด้านราคา โดยให้สามารถร้องเรียนได้สะดวก รวดเร็ว และได้รับการตอบสนองอย่างทันท่วงที
ข้อเสนอที่ 5: สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
สภาผู้บริโภคเสนอให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันในการควบคุมราคาสินค้า โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีจิตสำนึกต่อสังคม และไม่เอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงวิกฤต
สภาผู้บริโภคหวังว่าข้อเสนอทั้ง 5 ข้อนี้จะได้รับการพิจารณาและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และช่วยให้สถานการณ์ค่าครองชีพในประเทศดีขึ้น



