ดีอีจับผู้ต้องหาคดีดูหมิ่นสถาบันฯ ส่งตัวให้ตำรวจสอบสวนเพิ่ม
ดีอีจับผู้ต้องหาคดีดูหมิ่นสถาบันฯ ส่งตัวให้ตำรวจสอบสวนเพิ่ม

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคดีดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายละเอียดการจับกุม

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอีร่วมกับตำรวจไซเบอร์ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาชายอายุ 45 ปี ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี หลังจากพบว่าผู้ต้องหาได้โพสต์ข้อความและรูปภาพที่มีเนื้อหาดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์บนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นจำนวนหลายครั้ง

หลักฐานและข้อหา

เจ้าหน้าที่ได้ยึดคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาเป็นหลักฐาน โดยตรวจพบข้อความและภาพที่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเพียงพอที่จะส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำชี้แจงจากกระทรวงดีอี

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวว่า "การกระทำที่ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมไทย กระทรวงดีอีจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อปกป้องสถาบันอันเป็นที่เคารพยิ่ง" นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย

สถิติการจับกุม

ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน กระทรวงดีอีได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคดีดูหมิ่นสถาบันฯ ไปแล้วกว่า 200 ราย โดยในปี 2567 เพียงปีเดียวมีผู้ถูกดำเนินคดีถึง 45 ราย แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อสังคม

การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ในสังคมไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีบทลงโทษที่รุนแรง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่าการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 ยังคงเป็นที่ถกเถียงในเรื่องของเสรีภาพในการแสดงออก แต่รัฐบาลยืนยันว่าจำเป็นต้องรักษาความมั่นคงของชาติ