กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังโรคไข้เลือดออกในช่วงฤดูฝนนี้ เนื่องจากพบผู้ป่วยแล้วกว่า 20,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 15 ราย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกทั่วประเทศจำนวน 20,235 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 30.6 ต่อแสนประชากร และมีผู้เสียชีวิต 15 ราย อัตราตายร้อยละ 0.07
กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด
กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ กลุ่มอายุ 5-14 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี และกลุ่มอายุ 0-4 ปี ตามลำดับ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราป่วยสูงที่สุด รองลงมาคือภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
สาเหตุการระบาด
สาเหตุสำคัญที่ทำให้โรคไข้เลือดออกระบาดในช่วงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะพันธุ์ของยุงลาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ ทั้งในและนอกบ้าน
วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก
- กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น ภาชนะที่มีน้ำขัง ยางรถยนต์เก่า กระถางต้นไม้
- ปิดฝาโอ่งน้ำ หรือเปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์
- ทายากันยุง หรือนอนในมุ้ง
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย
อาการของโรคไข้เลือดออก
อาการของโรคไข้เลือดออก ได้แก่ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หากมีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้
หากมีอาการดังกล่าว ควรไปพบแพทย์ทันที และไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาแอสไพริน ซึ่งอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น
กรมควบคุมโรค เน้นย้ำให้ประชาชนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและชุมชน เพื่อลดการระบาดของโรคไข้เลือดออกในฤดูฝนนี้



