สธ.เปิดโครงการดูแลสุขภาพชาวไทยมุสลิมเดินทางฮัจย์ ซาอุดีอาระเบีย ฉีดวัคซีนฟรี-มอบเวชภัณฑ์
วันนี้ (11 ก.พ. 2569) ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันและสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคติดต่อแก่ชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย พ.ศ. 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมงานสำคัญ เช่น นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี และ นายอาดิล อัลเฟาซาน ที่ปรึกษาและรองเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์
บริการสุขภาพครบวงจรสำหรับผู้แสวงบุญ
นายวรโชติ กล่าวว่า การประกอบพิธีฮัจย์เป็นศาสนกิจสำคัญตามหลักศาสนาอิสลาม โดยแต่ละปีมีชาวไทยมุสลิมได้รับโควตาเดินทางไปซาอุดีอาระเบียประมาณ 13,000 คน กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดระบบดูแลสุขภาพครบวงจร ได้แก่
- การฉีดวัคซีนป้องกันโรคก่อนเดินทางและออกหนังสือรับรองโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- การตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
- การส่งทีมแพทย์และพยาบาลไปดูแลรักษาระหว่างประกอบพิธี
- การให้ความรู้ป้องกันโรคและระบบเฝ้าระวังสุขภาพหลังเดินทางกลับ
โครงการนี้สะท้อนความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมและส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียในด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม
มาตรการป้องกันโรคติดต่ออย่างเข้มงวด
สำหรับข้อกังวลเรื่องโรคติดต่อในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น โรคเมอร์สและโรคไข้กาฬหลังแอ่น กรมควบคุมโรค มีระบบดูแลตั้งแต่ก่อนเดินทาง ให้ความรู้ปฏิบัติตัวระหว่างพิธี และระบบคัดกรองเฝ้าระวังโรคทั้งที่ท่าอากาศยานและในชุมชนต่อเนื่อง 14 วันหลังกลับ จึงขอให้มั่นใจในมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่เข้มแข็งของไทย
รายละเอียดการดำเนินงานและจำนวนผู้เข้าร่วม
นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า พิธีฮัจย์ประจำปี พ.ศ. 2569 (ฮิจเราะห์ศักราช 1447) จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-31 พ.ค. 2569 โดยปีนี้มีชาวไทยมุสลิมที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เดินทางทั้งสิ้น 7,037 คน ทุกคนจะได้รับการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นและวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน พร้อมออกหนังสือรับรองการได้รับวัคซีนและมอบเวชภัณฑ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับใช้ระหว่างประกอบพิธี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จภายใน 1 วัน
ในวันเปิดโครงการ มีผู้แสวงบุญเข้ารับบริการที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ เขตหนองจอก จำนวน 1,417 คน สำหรับผู้แสวงบุญในจังหวัดอื่น ๆ สามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนได้ที่สถานบริการของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 20 พ.ค. 2569
โครงการนี้ยังรวมถึงการส่งทีมแพทย์และพยาบาลไปดูแลที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย การให้ความรู้ป้องกันโรค และระบบเฝ้าระวังสุขภาพหลังเดินทางกลับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมทุกคน