กรมควบคุมโรคเตือนภัยภาวะสโตรกฉับพลันขณะขับรถ เสี่ยงอุบัติเหตุรุนแรงถึงชีวิต
วันนี้ (13 เมษายน 2569) กรมควบคุมโรค ออกประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลันหรือ สโตรก (Stroke) ที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันขณะขับรถ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการควบคุมรถและก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ
สังเกตอาการเตือนตามหลัก B.E.F.A.S.T. ก่อนสายเกินแก้
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ประชาชนควรตระหนักและสังเกตอาการเตือนของสโตรกตามหลัก B.E.F.A.S.T. ซึ่งประกอบด้วย:
- B (Balance): การทรงตัวผิดปกติ เช่น เดินเซ ล้มง่าย หรือเวียนศีรษะเฉียบพลัน
- E (Eyes): การมองเห็นมีปัญหา เช่น ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือตาบอดเฉียบพลัน
- F (Face): หน้าเบี้ยว ปากตก น้ำลายไหล มุมปากตกข้างเดียว หรือยิ้มไม่เท่ากัน
- A (Arm): แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ยกแขนไม่ขึ้น
- S (Speech): พูดไม่ชัด สับสน หรือสื่อสารไม่ได้ ลิ้นแข็ง
- T (Time): เมื่อมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อนำส่งโรงพยาบาลทันที
นอกจากนี้ อาจมีอาการร่วมขณะขับรถ เช่น รถส่าย ควบคุมพวงมาลัยไม่ได้ หรือแฉลบออกนอกเลน ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดรถทันที
วิธีปฏิบัติตัวหากมีอาการขณะขับรถ
นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้คำแนะนำว่า หากผู้ขับขี่เริ่มมีอาการ ควรตั้งสติ ลดความเร็ว และพยายามนำรถเข้าจอดในบริเวณที่ปลอดภัยที่สุด เช่น ไหล่ทางหรือจุดพักรถ พร้อมเปิดไฟฉุกเฉินทันทีเพื่อเตือนผู้ใช้ถนนรายอื่น จากนั้นปลดล็อกประตูรถเพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และรีบโทรสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน หากไม่สามารถโทรได้ ให้ใช้วิธีบีบแตรยาวหรือโบกมือเรียกคนช่วย
ทั้งนี้ ห้ามฝืนขับรถต่อไปโดยเด็ดขาด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิตทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
แนวทางสำหรับผู้พบเห็นเหตุการณ์
สำหรับผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ ควรรักษาระยะห่าง ไม่ขับจี้ท้ายหรือปาดหน้าเพื่อหยุดรถคันดังกล่าว และเมื่อรถหยุดนิ่งแล้ว ให้เข้าช่วยเหลืออย่างระมัดระวัง โดยอาจชวนบุคคลใกล้เคียงเข้าร่วมประเมินสถานการณ์ เบื้องต้นสามารถตรวจอาการโดยการชวนพูดคุย ให้ผู้ป่วยยิ้ม หรือยกแขนทั้งสองข้าง เพื่อประเมินความผิดปกติของระบบประสาท พร้อมโทรแจ้ง 1669 โดยระบุพิกัดและลักษณะอาการอย่างชัดเจน เช่น “สงสัยสโตรก มีอาการปากเบี้ยว แขนซ้ายอ่อนแรง พูดไม่ชัด” เพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมอุปกรณ์ได้เหมาะสม
ระหว่างรอความช่วยเหลือ ควรให้ผู้ป่วยนั่งหรือเอนตัวเล็กน้อย และหลีกเลี่ยงการให้อาหารหรือน้ำ เนื่องจากเสี่ยงต่อการสำลัก
การป้องกันภาวะสโตรกและความปลอดภัยทางถนน
พญ.ศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ กล่าวเสริมว่า การป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลันสามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการควบคุมโรคประจำตัวให้ได้ตามเกณฑ์ กินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อประเมินความเสี่ยง
นอกจากนี้ ก่อนการขับขี่ทุกครั้ง ควรประเมินความพร้อมของร่างกาย หากมีอาการผิดปกติ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ มึนงง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีสัญญาณเตือนตามหลัก B.E.F.A.S.T. ไม่ควรขับรถโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ใช้ถนนร่วมกัน
กรมควบคุมโรคย้ำว่า “การรู้เร็ว หยุดรถเร็ว และเข้าถึงการรักษาเร็ว” เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและป้องกันความสูญเสียทั้งร่างกายและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ



