นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ไม่มีผลทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากหรือเป็นหมันอย่างที่เข้าใจผิดกัน โดยวัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในหญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัคซีน HPV
นายแพทย์สมศักดิ์กล่าวว่า วัคซีน HPV ผลิตจากโปรตีนของไวรัส ไม่มีสารที่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ มีการศึกษาทางคลินิกจำนวนมากยืนยันความปลอดภัย ทั้งในหญิงและชาย องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรแพทย์ทั่วโลกรับรองว่าวัคซีนนี้ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดภาวะมีบุตรยาก
นอกจากนี้ วัคซีน HPV ยังช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 90% หากฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก โดยแนะนำให้ฉีดในเด็กหญิงอายุ 9-14 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ภูมิต้านทานตอบสนองดีที่สุด
ความเข้าใจผิดที่ต้องแก้ไข
ที่ผ่านมามีข่าวลือในโลกออนไลน์ว่าวัคซีน HPV ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก ส่งผลให้ผู้ปกครองหลายคนลังเลที่จะให้บุตรหลานฉีดวัคซีน นายแพทย์สมศักดิ์ย้ำว่า ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนข้ออ้างดังกล่าว และขอให้ประชาชนเชื่อถือข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้วัคซีน HPV แก่เด็กหญิงในโรงเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแห่งชาติ
มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้
ทุกปีมีหญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกประมาณ 2,000 คน แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองเป็นประจำ นายแพทย์สมศักดิ์กล่าวว่า การให้วัคซีน HPV ควบคู่กับการตรวจคัดกรองด้วยวิธีแปปสเมียร์หรือวิธีเอชพีวีดีเอ็นเอ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีนัยสำคัญ
“วัคซีน HPV มีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ ขอให้ผู้ปกครองมั่นใจและพาบุตรหลานมารับวัคซีนตามนัด เพื่อป้องกันโรคร้ายนี้” นายแพทย์สมศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย



