ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ พุ่งเกินมาตรฐาน 4 พื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
ค่าฝุ่น PM 2.5 กทม. เกินมาตรฐาน 4 พื้นที่ ส่งผลต่อสุขภาพ (05.04.2026)

ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ พุ่งเกินมาตรฐาน 4 พื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

เช้าวันที่ 5 เมษายน 2569 สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ยังคงน่าเป็นห่วง โดยมี 4 พื้นที่ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานกำหนด ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหมายถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร ได้รายงานข้อมูลล่าสุดในเวลา 07:00 น. ระบุว่าค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 30.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ในขณะที่ค่ามาตรฐานไม่ควรเกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.

รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 พื้นที่สูงสุดในกรุงเทพมหานคร

จากการตรวจวัดพบว่า 12 อันดับของพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุดในกรุงเทพมหานคร มีดังนี้:

  1. เขตประเวศ: 44 มคก./ลบ.ม.
  2. เขตบางคอแหลม: 39.3 มคก./ลบ.ม.
  3. เขตหนองจอก: 38 มคก./ลบ.ม.
  4. เขตลาดกระบัง: 37.6 มคก./ลบ.ม.
  5. เขตหลักสี่: 36.6 มคก./ลบ.ม.
  6. เขตบางขุนเทียน: 35.3 มคก./ลบ.ม.
  7. เขตราชเทวี: 35 มคก./ลบ.ม.
  8. เขตบางรัก: 34.9 มคก./ลบ.ม.
  9. เขตวังทองหลาง: 34.5 มคก./ลบ.ม.
  10. เขตสาทร: 34.4 มคก./ลบ.ม.
  11. เขตบางพลัด: 34 มคก./ลบ.ม.
  12. เขตพระนคร: 33.3 มคก./ลบ.ม.

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ภาพรวมตามภูมิภาคในกรุงเทพมหานครยังแสดงให้เห็นว่า:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • กรุงเทพเหนือ: 28.2 - 36.6 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
  • กรุงเทพตะวันออก: 26.4 - 44 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
  • กรุงเทพกลาง: 23.4 - 35 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
  • กรุงเทพใต้: 23.9 - 39.3 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
  • กรุงธนเหนือ: 23.7 - 34 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
  • กรุงธนใต้: 26 - 35.3 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง

แนวโน้มฝุ่นละอองและข้อแนะนำสุขภาพ

ขณะที่ฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวมคุณภาพอากาศยังคงอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง แต่ด้วยระดับสีส้มที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศได้ออกข้อแนะนำสุขภาพดังนี้:

สำหรับประชาชนทั่วไป: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา

สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที

รายงานนี้เป็นข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบจากมลพิษทางอากาศต่อสุขภาพของประชาชนในเขตเมืองใหญ่