ข่าวดี! 'แม่เปิ้ล' ตกลูกช้างป่า 'น้องกุมภา' สมาชิกตัวที่ 71 ณ ป่าซับลังกา
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 แฟนเพจเฟซบุ๊กของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาได้เผยแพร่ภาพความประทับใจของสมาชิกใหม่ 'น้องกุมภา' ลูกช้างป่าเพศเมียวัย 7 วัน ซึ่งเป็นทายาทลำดับที่ 6 ของ 'แม่เปิ้ล' ช้างในโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ การตกลูกในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ และถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของการฟื้นฟูประชากรช้างไทยให้กลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์
การเกิดที่ยืนยันความสำเร็จของโครงการอนุรักษ์
นายอรรณพ บัวนวล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา เปิดเผยว่า การเกิดของน้องกุมภาในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นข่าวดีที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าช้างที่เคยผ่านการเลี้ยงดูจากมนุษย์สามารถปรับตัวและสืบเผ่าพันธุ์ตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ลูกช้างตัวน้อยมีสุขภาพแข็งแรงและได้รับการดูแลจากแม่เป็นอย่างดี สำหรับแม่เปิ้ลนั้น เป็นหนึ่งในช้างที่ได้รับโอกาสคืนสู่ผืนป่าตามแนวพระราชดำริ และน้องกุมภาถือเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าช้างเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ในป่าได้อย่างแท้จริง
ที่มาของโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ
โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติเกิดขึ้นจากน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยในช้างไทย โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ภายใต้ความร่วมมือของมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อนำช้างบ้านและช้างเร่ร่อนกลับคืนสู่บ้านที่แท้จริง ซึ่งคือผืนป่าธรรมชาติ
พื้นที่ป่าซับลังกา: บ้านหลังใหม่ของช้างไทย
พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี ถูกเลือกให้เป็นสถานที่ดำเนินโครงการ เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศแบบ 'ก้ามปูหุบเขา' ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงและเป็นปราการธรรมชาติที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์ใหญ่ ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการที่ปล่อยช้างคืนสู่ป่า 6 เชือก ปัจจุบันประชากรช้างในพื้นที่ได้ขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 71 ตัว การเติบโตนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นข่าวดีสำหรับวงการอนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเห็นคุณค่าของการปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อให้สัตว์ป่าได้มีบ้านที่ปลอดภัยและยั่งยืนต่อไปในอนาคต