กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการพบซากพะยูนเกยตื้นบริเวณหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบคราบน้ำมันหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด สาเหตุการตายที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
รายละเอียดเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (ภูเก็ต) ได้รับแจ้งจากชาวประมงในพื้นที่ว่าพบซากพะยูนลอยเกยตื้นอยู่บริเวณหาดกมลา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นพะยูนเพศเมีย อายุประมาณ 10 ปี น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ความยาวประมาณ 2.5 เมตร สภาพซากเริ่มเน่าเปื่อยเล็กน้อย คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 2-3 วัน
ผลการตรวจสอบเบื้องต้น
- ไม่พบคราบน้ำมัน: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผิวหนังและระบบทางเดินหายใจของพะยูนอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบคราบน้ำมันหรือสารเคมีใดๆ
- ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย: ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายจากมนุษย์หรือสัตว์อื่น
- สาเหตุการตาย: อยู่ระหว่างการผ่าชันสูตรซากเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด คาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 สัปดาห์
สถานการณ์พะยูนในไทย
พะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ ปัจจุบันพบได้ในน่านน้ำไทย โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดตรัง กระบี่ และภูเก็ต สาเหตุหลักที่ทำให้พะยูนเสียชีวิตมักเกิดจากการติดเครื่องมือประมง การชนกับเรือ หรือโรคภัยไข้เจ็บ
ทั้งนี้ กรม ทช. ขอให้ประชาชนที่พบเห็นซากสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือหรือตรวจสอบสาเหตุการตายได้อย่างถูกต้อง



