เชียงใหม่เผชิญวิกฤต 'ขยะจร' ท่วมริมทางหลวง หน่วยงานท้องถิ่นระดมเก็บกว่า 500 กก. พบเอกสารออนไลน์ติดตามแหล่งที่มา
เมืองเชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและธรรมชาติ กำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หนักหน่วง นั่นคือ "ขยะจร" หรือขยะนอกระบบที่ถูกนำมาทิ้งอย่างผิดกฎหมายตามริมทางหลวงและพื้นที่สาธารณะ สร้างภาระให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมาก
ระดมกำลังกวาดล้างขยะริมถนนวงแหวนรอบ 3
เจ้าหน้าที่ฝ่ายงานต่างๆ ของเทศบาลตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 200 คน ได้ร่วมกันระดมกำลังเข้าเก็บขยะบริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 121 หรือถนนวงแหวนรอบ 3 เชียงใหม่ หลังพบว่ามีประชาชนนอกพื้นที่และผู้สัญจรทิ้งขยะลงริมทางจนตกค้างจำนวนมหาศาล
ขยะที่พบมีหลากหลายประเภท ทั้งถุงพลาสติก ขวดน้ำที่เหลือจากการบริโภค ถุงดำบรรจุขยะที่ตั้งใจนำมาทิ้ง รวมถึงขยะเศษวัสดุการก่อสร้าง ในแต่ละครั้งสามารถเก็บขยะได้มากกว่า 400-500 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหา
ติดตามแหล่งที่มาผ่านเอกสารออนไลน์
เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เจ้าหน้าที่ได้นำถุงขยะมารื้อค้นเพื่อหาความเชื่อมโยงถึงที่มาของขยะจร และพบเอกสารการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่ระบุชื่อและที่อยู่ชัดเจน จึงทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของขยะเหล่านั้น พร้อมประสานงานแจ้งไปยังเทศบาลตามที่อยู่ เพื่อให้รับทราบและตักเตือนลูกบ้านของตนเองว่าเป็นที่มาของขยะจรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่
เจ้าหน้าที่กองงานสาธารณสุขอธิบายว่า ขยะของประชาชนในตำบลสันปูเลยจะมีสติ๊กเกอร์ติดที่ถุงดำเพื่อยืนยันว่าได้ชำระค่าธรรมเนียมการเก็บขยะแล้ว ทำให้แยกแยะได้ง่ายว่าขยะชิ้นไหนถูกนำมาแอบทิ้งจากนอกพื้นที่
ปัญหาขยายวงกว้างในพื้นที่สาธารณะ
นอกจากถนนวงแหวนรอบ 3 เชียงใหม่ ตำบลสันปูเลย ยังมีถนนทางหลวงชนบทและถนนของ อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งพบปัญหาขยะจรไม่ต่างกัน จึงต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่ช่วยจัดเก็บขยะทุกๆ วันพุธ
สาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย ระบุว่า ปัญหาขยะจรและขยะตกค้างในพื้นที่เกิดจากการขาดระเบียบวินัยของคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะของตำบลสันปูเลยที่มีกว้างกว่า 11,875 ไร่ ครอบคลุม 15 หมู่บ้าน มีทั้งประชากรตามทะเบียนราษฎร์กว่า 19,000 คน และประชากรแฝงอีกกว่า 20,000 คน ทำให้การควบคุมจัดการเป็นไปได้ยาก
นายสาธิตอธิบายเสริมว่า ถนนสายหลักในพื้นที่อย่างถนนวงแหวนรอบ 3 มีหน่วยงานรับผิดชอบถึง 4 ส่วน ทั้งแขวงทางหลวง ทางหลวงชนบท และ อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งแต่ละจุดอยู่ห่างไกลจากสำนักงานหน่วยงานเหล่านั้น ทางเทศบาลสันปูเลยจึงไม่อาจนิ่งนอนใจ และได้ขับเคลื่อนนโยบาย “เชียงใหม่ เมืองสะอาด ถนนสวย ดอกไม้งาม” ของจังหวัด ด้วยการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ทุกวันพุธ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และชาวบ้านลงพื้นที่ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ลงทุนตัดหญ้าเพื่อลดจุดลักลอบทิ้งขยะ
เราสังเกตว่าขยะมักจะเยอะในจุดที่หญ้ารก เพราะความรกกลายเป็นที่กำบังให้คนมักง่ายกินแล้วโยนทิ้งลงพงหญ้าจนมองไม่เห็น เทศบาลจึงตัดสินใจลงทุนซื้อเครื่องตัดหญ้าไฮดรอลิคมาเคลียร์ไหล่ทางให้เตียนที่สุด เพื่อลดโอกาสการลักลอบทิ้งขยะ
ขณะเดียวกันต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการขนขยะไปทิ้งที่อำเภอฮอด ซึ่งมีระยะทางไกลมาก ปัจจุบันต้องจ่ายค่าน้ำมันเดือนละกว่า 50,000 บาท บางเดือนพุ่งสูงถึงเกือบ 1 แสนบาท เพราะรถขยะต้องวิ่งเกือบทุกวัน
ช่องโหว่ของระบบจัดการขยะในภาพรวม
อาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) อธิบายภาพรวมสถานการณ์ขยะในจังหวัดเชียงใหม่ ข้อมูลล่าสุดปี 2568 มีขยะเกิดขึ้นเฉลี่ยสูงถึง 1,522 ตันต่อวัน แม้ว่าจะมีการจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการประมาณ 78% ผ่านบ่อฝังกลบมาตรฐาน 3 แห่งหลัก ของ อบจ.เชียงใหม่, อ.ฝาง และบ่อขยะเอกชนที่ อ.ฮอด รวมถึงมีการคัดแยกขยะรีไซเคิลไปใช้ประโยชน์ได้กว่า 550 ตันต่อวัน แต่ยังคงมีขยะอีกถึง 22% หรือประมาณ 328 ตันต่อวัน ที่ยังถูกจัดการไม่ถูกวิธี
ขยะจำนวนมหาศาลนี้มักเล็ดลอดไปสู่พื้นที่สาธารณะ เช่น ริมถนน ป่าสาธารณะ หรือที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็นจุดอับสายตา โดยช่องโหว่สำคัญก็คือระบบการจัดเก็บขยะในปัจจุบัน ที่อาจทำให้เกิดขยะตกค้าง รูปแบบการจัดการของ อปท. หลายแห่ง มีทั้งจัดเก็บเองและจ้างเหมาเอกชน โดยประชาชนต้องชำระค่าธรรมเนียมเพื่อรับสติ๊กเกอร์มาติดที่ถุงขยะ ปัญหาคือถุงขยะที่ไม่มีสติ๊กเกอร์มักจะไม่ถูกเก็บ ทำให้เกิดขยะตกค้างในพื้นที่ และกลายเป็นแรงจูงใจให้คนนำขยะเหล่านั้นไปลักลอบทิ้งตามที่สาธารณะ
ทางออกยั่งยืนต้องเริ่มจากต้นทาง
ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ย้ำว่า ทางออกที่ยั่งยืนคือ อปท. ควรหารือกับผู้รับเหมาเอกชนเพื่อจัดเก็บขยะส่วนเกินทั้งหมดไม่ให้เหลือตกค้าง ควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้ครัวเรือนคัดแยกขยะอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง และป้องกันไม่ให้ขยะเหล่านี้ทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวของเชียงใหม่ในระยะยาว
สำหรับสถานการณ์ขยะในพื้นที่ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) รวม 4 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ลำพูน ภาพรวมมีขยะเกิดขึ้น 3,094 ตันต่อวัน กำจัดอย่างถูกต้อง 1,046 ตันต่อวัน และนำไปใช้ประโยชน์ 1,312 ตันต่อวัน เหลือขยะที่กำจัดไม่ถูกต้อง 735 ตันต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 23 โดย จ.ลำพูน มีการกำจัดขยะมูลฝอยอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลสูงที่สุด ร้อยละ 44 ขณะที่ จ.แม่ฮ่องสอนมีการกำจัดขยะไม่ถูกต้องสูงที่สุดร้อยละ 38 ของขยะทั้งหมด



