ไฟไหม้ภูเขาขยะอินโดนีเซียลาม 94 ไร่ ควันพิษป่วยพุ่งนับร้อย
ไฟไหม้ภูเขาขยะอินโดนีเซียลาม 94 ไร่ ควันพิษป่วยนับร้อย

เกิดเหตุไฟไหม้กองขยะขนาดยักษ์ภายในบ่อฝังกลบขยะจาติวาริงิน (Jatiwaringin) ชานกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ลุกลามต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 นับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 94 ไร่ กลุ่มควันพิษสีดำหนาทึบปกคลุมชุมชนโดยรอบ ส่งผลให้ประชาชนหลายร้อยครัวเรือนต้องอพยพ และมีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่งสูงนับร้อยราย

ค่าฝุ่นพุ่งเกิน 1,000 ไมโครกรัม อันตรายร้ายแรง

กระทรวงสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซียเปิดเผยว่า คุณภาพอากาศรอบบ่อขยะพุ่งสูงถึงระดับอันตรายร้ายแรง โดยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ทะลุเกิน 1,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดไว้ไม่เกิน 15.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลายสิบเท่า แม้สถานการณ์จะเริ่มบรรเทาลงบ้างเล็กน้อยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ชาวบ้านหนีตายจากควันพิษ แสบจมูกหายใจไม่ออก

นางซาร์มานาห์ วัย 45 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ควันพิษหนาทึบพัดเข้าท่วมบ้านจนมองไม่เห็นทาง และส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง โดยระบุว่า "ควันมันหนามากจนมองไม่เห็นใครเลย มันแสบจมูก ไอ น้ำมูกไหล และหายใจไม่ออก... พวกเราจำเป็นต้องทิ้งบ้านหนีออกมาเพราะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นรายงานว่า มีการตรวจรักษาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบแล้วอย่างน้อย 234 ราย โดยในจำนวนนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันถึง 72 ราย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ไฟคุใต้กองขยะ ดับยากเหมือนไฟป่าพรุ

นายดีอาซ เฮนโดรพรีโยโน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม ระบุว่า การดับไฟในกองขยะทำได้ยากลำบากมาก เนื่องจากเพลิงไม่ได้ลุกไหม้แค่บนพื้นผิว แต่คุไหม้อยู่ใต้กองขยะลึกลงไป คล้ายกับไฟป่าในพรุ ทางการต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน รวมถึงส่งทีมมังคลา อัคนี (Manggala Agni) ผู้เชี่ยวชาญด้านการดับไฟป่าพรุจำนวน 30 นาย พร้อมอุปกรณ์แรงดันน้ำสูงจากสุลาเวสีและชวาตะวันตก นอกจากนี้ยังใช้โดรนตรวจจับความร้อนพร้อมกล้องอินฟราเรดค้นหาจุดความร้อนใต้กองขยะ และประสานงานกับสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติและสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเพื่อเตรียมทำฝนเทียม เร่งดับไฟให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นสัปดาห์นี้

ก๊าซมีเทนจากขยะอินทรีย์ต้นเหตุเพลิงไหม้

แม้ทางการยังไม่สรุปสาเหตุ แต่กลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย (Walhi) องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ระบุชัดเจนว่า ชนวนเหตุเกิดจากการสะสมของก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายของขยะอินทรีย์ที่ทับถมกันมานานหลายปี ซึ่งเป็นผลพวงจากระบบการทิ้งขยะแบบเปิดที่ขาดการควบคุม

นายวาฮยู เอกา สตียาวัน นักเคลื่อนไหวจาก Walhi กล่าวว่า บ่อขยะจาติวาริงินถูกออกแบบให้รองรับขยะได้เพียง 2,700 ตันต่อวัน ครอบคลุมขยะเพียง 59% ของเขตตังเกอรางเท่านั้น ส่วนขยะที่เหลือถูกนำไปเทกองรวมกันแบบผิดกฎหมายตามพื้นที่รอบๆ จนกลายเป็นภูเขาขยะส่งกลิ่นเหม็นและมีแมลงวันตอมอยู่ห่างจากบ้านเรือนประชาชนไม่ถึง 100 เมตร เมื่อเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ก๊าซมีเทนใต้กองขยะจึงกลายเป็นคลังระเบิดที่พร้อมปะทุเมื่อมีประกายไฟเพียงเล็กน้อย

บ่อขยะเคยถูกลงโทษทางปกครองปี 2568

พล.ต.ท. ริซาล อิราวัน รองอธิบดีฝ่ายบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม กระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ แถลงว่า บ่อขยะจาติวาริงินเคยถูกลงโทษทางปกครองมาแล้วในปี 2568 เนื่องจากบริหารจัดการย่ำแย่ ทางการสั่งให้ปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบฝังกลบแบบควบคุมที่ต้องใช้เครื่องจักรบดอัดขยะและฝังกลบด้วยชั้นดินเป็นระยะเพื่อลดการสะสมของก๊าซมีเทน แต่ที่ผ่านมาส่วนท้องถิ่นเพิ่งปรับปรุงไปได้เพียง 5-6 เฮกตาร์ จากพื้นที่ทั้งหมด 33 เฮกตาร์ และจุดที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้อยู่นอกเขตพื้นที่ควบคุม

มาตรการเด็ดขาด ตรวจสอบบ่อขยะ 390 แห่งทั่วประเทศ

กระทรวงสิ่งแวดล้อมฯ เตรียมเปิดปฏิบัติการตรวจสอบและประเมินผลบ่อขยะครั้งใหญ่จำนวน 390 แห่งทั่วประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะเริ่มขึ้นในต้นเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักสิทธิสิ่งแวดล้อมเน้นย้ำว่า ปัญหานี้จะไม่หมดไปตราบใดที่รัฐบาลยังไม่จริงจังกับการบังคับใช้กฎหมาย งบประมาณบริหารจัดการขยะในท้องถิ่นยังต่ำ และขาดการศึกษาให้ประชาชนคัดแยกขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง หากรูปแบบการทิ้งขยะยังคงปะปนกันเหมือนเดิม ใต้ดินก็จะยังคงผลิตก๊าซมีเทนต่อไป และเมื่อใดที่อากาศร้อนขึ้นอีกครั้ง ก็เตรียมใจรับมือกับเหตุไฟไหม้ครั้งใหม่