ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์อสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 ฟื้นตัวช้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 โดยคาดว่าตลาดจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ เนื่องจากปัจจัยกดดันหลายประการ โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอและภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปีนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการฟื้นตัว
จากรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวช้า ได้แก่ ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งจำกัดความสามารถในการกู้ซื้อของผู้บริโภค ขณะที่สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยโดยรวมยังขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกบางประการที่อาจช่วยกระตุ้นตลาดได้ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของทำเลที่อยู่อาศัย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่อาจออกมาเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปี
แนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 3.2-3.5 แสนหน่วย ลดลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5-3.7 แสนหน่วย โดยตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเป็นตลาดหลัก แต่การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจำกัด
ในส่วนของคอนโดมิเนียม คาดว่ายอดโอนจะชะลอตัวลงเช่นกัน เนื่องจากอุปทานสะสมที่ยังคงมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมืองและแนวรถไฟฟ้า ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการลดราคาหรือเสนอโปรโมชั่นพิเศษเพื่อระบายสต็อก
สำหรับแนวโน้มราคาที่อยู่อาศัย คาดว่าราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 1-2% เนื่องจากต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง แต่การปรับขึ้นราคาจะทำได้ยากเนื่องจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะนำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยเน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง เช่น การออกแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ การใช้เทคโนโลยีในการก่อสร้างเพื่อลดต้นทุน รวมถึงการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรพิจารณาเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง เช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่มีเงินออม หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งยังคงมีดีมานด์ต่อเนื่อง
มุมมองระยะยาว
ในระยะยาว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมืองและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร แต่การฟื้นตัวจะต้องอาศัยปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงนโยบายของภาครัฐที่เอื้อต่อการลงทุนและการซื้อที่อยู่อาศัย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 จะยังคงเผชิญกับความท้าทาย แต่ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวและบริหารจัดการต้นทุนได้ดี จะยังคงมีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว



