สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน 2 เท่า หวังลดการพึ่งพาและปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ
สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน 2 เท่า (13.02.2026)

สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน 2 เท่า หวังลดการพึ่งพาและปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศแผนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่มุ่งลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจและปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ การเคลื่อนไหวครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการค้าโลกและความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

รายละเอียดของแผนการขึ้นภาษี

แผนการนี้จะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนจากระดับปัจจุบันเป็นสองเท่า โดยครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท เช่น อิเล็กทรอนิกส์, เครื่องจักร, และสินค้าอุปโภคบริโภค ทางการสหรัฐฯ ระบุว่าเป้าหมายหลักคือเพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของจีน ซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยสร้างงานและกระตุ้นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมหนักที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันจากจีน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก

การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเป็นสองเท่าคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน:

  • เพิ่มต้นทุนการนำเข้า สำหรับบริษัทสหรัฐฯ ที่พึ่งพาสินค้าจีน อาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภค
  • ความตึงเครียดทางการค้า ระหว่างสหรัฐฯ และจีนอาจทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและความร่วมมือในระดับโลก
  • การปรับตัวของห่วงโซ่อุปทาน บริษัทต่างๆ อาจต้องมองหาผู้ผลิตทางเลือกในประเทศอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเตือนว่า การเคลื่อนไหวนี้อาจชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกและเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดการค้าระหว่างประเทศ

ปฏิกิริยาจากจีนและแนวโน้มในอนาคต

ทางการจีนได้แสดงความกังวลต่อแผนการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ และอาจพิจารณาตอบโต้ด้วยมาตรการทางการค้าของตนเอง ซึ่งอาจรวมถึงการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ หรือการจำกัดการเข้าถึงตลาดจีนสำหรับบริษัทอเมริกัน

ในอนาคต ความขัดแย้งทางการค้านี้อาจนำไปสู่การเจรจาใหม่หรือความตกลงทางการค้า แต่ในระยะสั้น คาดว่าจะเกิดความผันผวนในตลาดและความท้าทายสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

โดยสรุป แผนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนของสหรัฐฯ เป็นมาตรการที่สะท้อนถึงความพยายามในการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก