นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้าสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 1/69 ว่า ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกรอบเวลาในการเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหาข้อสรุปในประเด็นต่าง ๆ ก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศผลการไต่สวนตามมาตรา 301 ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่
ประเด็นสำคัญในการเจรจา
การเจรจาครอบคลุมหลายประเด็นที่ยังมีข้อติดขัด โดยเฉพาะเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง รวมถึงเครื่องจักรและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงประเด็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความแน่นอนในเรื่องอัตราภาษีและส่งเสริมบรรยากาศทางการค้าและการลงทุนที่ดีระหว่างกัน
ท่าทีของสหรัฐฯ
นางศุภจีกล่าวว่า ในการพบหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เมื่อวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ฝ่ายสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการให้ไทยเร่งสรุปผลการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) และขอบคุณที่ไทยแสดงความจริงใจในการปรับสมดุลทางการค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามาตรา 301 ที่สหรัฐฯ กำลังเปิดไต่สวนประเทศต่าง ๆ รวมถึงไทย เพื่อเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจะต้องมีการเจรจาหารือทั้งในระดับนโยบายและระดับเทคนิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
คณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้าสหรัฐอเมริกา
นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลังเป็นรองประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐฯ และปกป้องสิทธิประโยชน์ของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการภายในประเทศ
นางศุภจีกล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงพาณิชย์จะผลักดันให้ความตกลง ART สำเร็จ เพื่อตอกย้ำความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐฯ โดยไทยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและต่อยอดความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ รวมถึงการปรับสมดุลการค้า การส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น พลังงานและอาหารแปรรูป ซึ่งสอดรับกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของไทยที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนกับสหรัฐฯ



