นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีเตรียมเสนอแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2568-2572) ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล (Digital Hub) ของภูมิภาคอาเซียน
เป้าหมายสำคัญของแผนพัฒนาดิจิทัล
แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล: มุ่งเน้นการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในชนบทและพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการพัฒนา 5G และระบบคลาวด์ของรัฐ
- การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคธุรกิจ: สนับสนุนให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs และสตาร์ทอัพ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรม
- การพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่ประชาชน: จัดอบรมและหลักสูตรเพื่อยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้กับแรงงานไทยทุกช่วงวัย
- การสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ดิจิทัล: เสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการใช้งานออนไลน์
ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลอาเซียน
นายประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียน เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และนโยบายของรัฐที่สนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้าน Data Center และ Cloud Service ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก
แผนดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ได้มากกว่า 1.5 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี และสร้างงานในภาคดิจิทัลกว่า 2 แสนตำแหน่ง อีกทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลระหว่างเมืองและชนบท
การขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ
กระทรวงดีอีได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนแผนดังกล่าว โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัลแห่งชาติขึ้นมาดูแลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังจะมีการติดตามและประเมินผลเป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่าบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
สำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงดีอีได้จัดสรรงบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาทในปีแรก เพื่อขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและพัฒนา Data Center ของภาครัฐ โดยคาดว่าจะใช้งบรวมทั้งสิ้นกว่า 1 แสนล้านบาทตลอดระยะเวลา 5 ปี
บทบาทของเอกชนและภาคประชาชน
นายประเสริฐย้ำว่าความสำเร็จของแผนนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยี ส่วนภาคประชาชนก็ต้องปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากดิจิทัลได้อย่างเต็มที่
กระทรวงดีอีจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนเสนอแผนต่อ ครม. เพื่อให้แผนดังกล่าวตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง



