พาณิชย์สั่ง กจร. เร่งตรวจสอบห่วงโซ่ปาล์มทั่วประเทศ หลังเกษตรกรฟ้อง 5 หน่วยงานปมบิดเบือนราคา
กรมการค้าภายในได้ออกคำสั่งให้คณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) เร่งตรวจสอบห่วงโซ่ปาล์มน้ำมันในทุกจังหวัดอย่างเร่งด่วน หลังเกษตรกรภาคใต้ยื่นฟ้องศาลปกครองต่อหน่วยงานรัฐ 5 หน่วยงาน ฐานละเว้นการกำกับดูแลการซื้อปาล์ม จนทำให้เกิดการบิดเบือนกลไกราคาและเอาเปรียบเกษตรกร
เกษตรกรภาคใต้เรียกร้องรัฐบริหารซีพีโอทั้งบริโภค พลังงาน และส่งออกเพื่อพยุงราคาปาล์ม
เครือข่ายชาวสวนปาล์มน้ำมันและลานเทภาคใต้ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาบริหารจัดการสมดุลการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ในประเทศ ทั้งในภาคการบริโภค ภาคพลังงาน และการส่งออก เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาผลปาล์มของเกษตรกร โดยเฉพาะการใช้ในภาคพลังงานที่รัฐมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการนำซีพีโอไปผลิตเป็นน้ำมัน B7 และ B20 ให้มากขึ้น
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า รัฐได้เพิ่มโควตาการผลิตซีพีโอสำหรับ B7/B20 เป็น 110,000 ตันต่อเดือน จากเดิม 70,000 ตัน พร้อมขยายสถานีบริการน้ำมันที่ขายน้ำมันทั้ง 2 ชนิดเป็น 200 แห่งภายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยพยุงราคาผลปาล์มให้ขยับขึ้นได้
ราคาผลปาล์มตกต่ำเหลือ 6.60-7.20 บาท/กก. สวนทางอุปสงค์-อุปทาน
แม้ว่าผลผลิตปาล์มน้ำมันไทยในปีนี้จะลดลงจากปีก่อนอย่างมาก แต่ราคาผลผลิตของเกษตรกรกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 6.60-7.20 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับกลไกอุปสงค์และอุปทานในตลาด
เกษตรกรมีความกังวลเรื่องการบิดเบือนกลไกราคาอย่างรุนแรง เนื่องจากราคารับซื้อผลปาล์มลดลงรายวันครั้งละ 40-50 สตางค์ต่อกิโลกรัม แต่เวลาขึ้นกลับขึ้นน้อยกว่าเพียง 10-20 สตางค์ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้อย่างมหาศาล
เกษตรกรชี้ชัดบิดเบือนกลไกตลาด ราคาซีพีโอไม่ถูกส่งต่ออย่างเป็นธรรม
นายเกรียงไกร นาคสุวรรณ เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่ลดลงแบบรายวัน โดยที่อำเภอสิชลเหลือเพียงกิโลกรัมละ 6.60 บาท ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องและไม่สอดคล้องกับราคาซีพีโอและคุณภาพของผลปาล์ม
ณ วันที่ 16 เมษายน 2569 ราคาซีพีโออยู่ที่กิโลกรัมละ 40.13 บาท แต่ราคาผลปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงถึง 22% จากมาตรฐาน 18% กลับเหลือเพียงกิโลกรัมละ 6.60 บาท ทั้งๆ ที่ควรขายได้ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 7.70 บาท
- เกษตรกรยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีที่ผู้ซื้อไม่ซื้อน้ำมันในเมล็ดในของปาล์ม (ซีพีเคโอ) และกะลาเหมือนมาเลเซีย
- ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้รับเพิ่มเติมจากส่วนนี้
- ประเด็นดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เกษตรกรยื่นฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 หน่วยงานต่อศาลปกครอง
มาตรการขออนุญาตส่งออกซีพีโอไม่ใช่การปิดกั้น แต่ใช้ติดตามข้อมูลบริหารสมดุล
สำหรับกรณีที่เกษตรกรระบุว่ามาตรการขออนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์มดิบทำให้ราคาผลปาล์มในประเทศตกต่ำนั้น กรมการค้าภายในชี้แจงว่า มาตรการนี้ไม่เป็นการปิดกั้นการส่งออก แต่ทำให้กรมมีข้อมูลที่ใช้ติดตามสถานการณ์การผลิต การใช้ ปริมาณ และราคาซีพีโอและผลปาล์มในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้บริหารจัดการเพื่อสร้างสมดุลของการใช้ในประเทศ ทั้งในภาคบริโภคและพลังงาน รวมถึงบริหารจัดการการส่งออกได้อย่างเหมาะสม
กรมการค้าภายในสั่ง กจร. เร่งสอบห่วงโซ่ปาล์มทุกจังหวัดผลิต เพื่อหาจุดบิดเบือนราคา
กรมการค้าภายในได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง กจร. ในจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตปาล์ม ให้ช่วยตรวจสอบตลอดห่วงโซ่ของปาล์มว่าเกิดอะไรขึ้น มีการบิดเบือนกลไกราคาช่วงไหน และทำไมผลปาล์มของเกษตรกรที่มีคุณภาพดีตามมาตรฐานจึงถูกซื้อในราคาต่ำเช่นนี้
กรมจะเร่งรัดให้ กจร. ดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนเพื่อปกป้องสิทธิ์และรายได้ของเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรมตามกลไกตลาดที่แท้จริง



