นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจานำเข้าปุ๋ยยูเรียจากรัสเซียว่า หลังจากเดินทางไปเจรจาการนำเข้าที่ประเทศรัสเซียเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ทางการรัสเซียได้อนุมัติในหลักการแล้ว แต่จำเป็นต้องชะลอการนำเข้าออกไปก่อน เนื่องจากติดเงื่อนไขในการส่งมอบที่ล่าช้า คาดว่าปุ๋ยจากรัสเซียจะมาถึงไทยในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งไม่ทันต่อฤดูกาลผลิตภายในประเทศ ประกอบกับความผันผวนของราคาปุ๋ยในตลาดโลก
ปัญหาการขนส่งปุ๋ยจากรัสเซีย
นายสุริยะกล่าวว่า ปุ๋ยยูเรียที่เอกชนรัสเซียจัดสรรโควตาให้ไทยในราคามิตรภาพ 1-2 ล้านตัน ล่าสุดติดปัญหาการเดินทางขนส่งปุ๋ยเข้าไทย ใช้เวลามากกว่า 1-2 เดือน จากเดิมหากผ่านช่องแคบฮอร์มุซใช้เวลาเพียง 6-8 วัน ถึงท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้น การซื้อปุ๋ยจากรัสเซียจึงไม่น่าจะนำเข้ามาทันฤดูกาลผลิตที่กำลังจะถึง โดยเฉพาะการปลูกข้าวซึ่งเป็นพืชหลักที่ใช้ปุ๋ยยูเรีย
แผนผลิตปุ๋ยชีวภาพแจกเกษตรกร
เพื่อแก้ไขปัญหาต้นทุนให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีแนวทางเตรียมขอเสนออนุมัติวงเงินกว่า 5,000-6,000 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อปุ๋ยชีวภาพและชีวพันธุ์แจกจ่ายให้เกษตรกรทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นในพื้นที่นาข้าวและพืชสวน เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและส่งเสริมการทำเกษตรตามนโยบายของกระทรวง
สถานการณ์ปุ๋ยคงเหลือในประเทศ
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ตัวเลขล่าสุดของปริมาณปุ๋ยคงเหลือในการครอบครองของผู้นำเข้าและผู้ผลิตปุ๋ย ณ วันที่ 24 เมษายน 2569 มีจำนวน 777,258 ตัน นอกจากนี้ยังมีปุ๋ยอินทรีย์ชนิดเหลวอีก 53,725 ตัน ซึ่งกระทรวงเกษตรจะพยายามใช้ปุ๋ยเท่าที่มี ผสมสูตรให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร
“ทั้งนี้ ต้องถือเป็นโอกาสในการปรับพฤติกรรมการใช้ปุ๋ยเคมี และแนะนำส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ชีวภัณฑ์ และการตรวจวิเคราะห์ค่าดิน ซึ่งหวังว่าจะเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดีในระยะยาว” นายระพีภัทร์กล่าว



