รัฐบาลห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ เริ่ม 7 เม.ย. 2569 เว้นแต่ได้รับอนุญาต
ห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ เริ่ม 7 เม.ย. 2569 (05.04.2026)

รัฐบาลประกาศมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ เริ่มบังคับใช้ 7 เมษายน 2569

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2569 เรื่อง การควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ

สาเหตุสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ประกาศดังกล่าวมีที่มาจากมติของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ซึ่งชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปิโตรเลียมในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ทำให้ภาคพลังงานของไทยมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ ความต้องการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบของไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย คณะกรรมการจึงเห็นจำเป็นต้องกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรอย่างเร่งด่วน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำมันปาล์มดิบให้เกิดความสมดุล

มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • บริหารจัดการปริมาณน้ำมันปาล์มดิบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
  • สร้างความสมดุลในทุกภาคส่วน ทั้งด้านการบริโภค อุตสาหกรรม และพลังงาน
  • รับประกันว่าจะมีปริมาณน้ำมันปาล์มดิบเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศตลอดทั้งปี

ประกาศนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญที่รัฐบาลใช้เพื่อปกป้องความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ในช่วงเวลาที่ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันทั่วโลก

ภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปาล์มดิบทั้งในด้านการบริโภคและการแปรรูป คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ในระดับหนึ่ง แต่รัฐบาลยืนยันว่าเป็นการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและพลังงานของประเทศในระยะยาว