ยอดส่งออกรถยนต์เม.ย.ลดลง8.43% เหตุตะวันออกกลางทรุด91.76%
ยอดส่งออกรถยนต์เม.ย.ลด8.43% ตะวันออกกลางทรุด91.76%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 60,190 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 25.13 และลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 8.43 โดยสาเหตุหลักมาจากการส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางที่ลดลงอย่างรุนแรงถึงร้อยละ 91.76 หรือคิดเป็นจำนวน 993 คัน ลดลงถึง 11,053 คัน เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568

การลดลงดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เส้นทางการขนส่งในภูมิภาคตะวันออกกลางหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์ของไทยอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ตลาดยุโรป อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ก็มียอดส่งออกลดลงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 26.36 และ 31.23 ตามลำดับ รวมถึงตลาดแอฟริกาและอเมริกาเหนือที่เพิ่มขึ้น ช่วยชดเชยการลดลงในตลาดอื่น ๆ ส่งผลให้ยอดส่งออกโดยรวมลดลงไม่มากนัก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ยอดผลิตรถยนต์เดือนเมษายน 2569

ในเดือนเมษายน 2569 มียอดผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 103,794 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 22.20 และลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 0.44 โดยการผลิตเพื่อขายในประเทศลดลงร้อยละ 1.70 ส่วนการผลิตเพื่อส่งออกได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้การผลิตเพื่อส่งออกไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) มียอดผลิตรถยนต์รวม 473,545 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 4 ทั้งนี้ ส.อ.ท. ยังคงเป้าหมายการผลิตรถยนต์รวมในปี 2569 ไว้ที่ 1.5 ล้านคัน แบ่งเป็นผลิตเพื่อขายในประเทศ 5.5 แสนคัน และผลิตเพื่อส่งออก 9.5 แสนคัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศในเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,394 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 19.16 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 2.54 โดยการเพิ่มขึ้นได้รับปัจจัยบวกจากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจองมากกว่าครึ่งของยอดจองรวมในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์เมื่อปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน รวมถึงการออกรถรุ่นใหม่และการเริ่มผลิตรถบรรทุกของบริษัทหนึ่งที่ย้ายโรงงาน

อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถกระบะยังคงลดลงร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่การลงทุนและการจ้างงานยังคงน่ากังวล ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอ นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า

ปัจจัยบวกและลบต่ออุตสาหกรรม

นายสุรพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยบวกที่อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาสแรกของปี 2569 ที่ร้อยละ 2.8 การลงทุนที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอนุมัติโครงการต่าง ๆ ซึ่งหากได้ลงทุนในปีนี้จะช่วยสร้างงานและทำให้เศรษฐกิจเติบโตในอัตราสูงขึ้น รวมถึงการกู้เงินสี่แสนล้านบาทของรัฐบาลที่จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานและเพิ่มการลงทุน ซึ่งจะเพิ่มการจ้างงานในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่น่ากังวลคือการขอปรับราคาชิ้นส่วนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยอ้างถึงสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งจะซ้ำเติมยอดขายและยอดผลิตรถยนต์ให้ลดลงอีก โดยในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ยอดขายรถยนต์รวมอยู่ที่ 230,477 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 15.02

สำหรับการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2569 มีจำนวน 280,184 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.45