นายกฯ ส่งรถพุ่มพวงบุก 878 อำเภอทั่วประเทศ ช้อปสะพัดทะลุ 86 ล้านบาท
นายกฯ ส่งรถพุ่มพวงบุก 878 อำเภอ ช้อปทะลุ 86 ล้าน

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าโครงการ "ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ" อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเครือข่ายรถพุ่มพวง จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดครั้งที่ 3 พร้อมกันทั่วประเทศ ครอบคลุม 878 อำเภอ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและเพิ่มช่องทางเข้าถึงสินค้าจำเป็นให้ประชาชน

กระแสตอบรับล้นหลาม ยอดช้อปทะลุ 86 ล้าน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งที่ 3 มีผู้เข้าร่วมจับจ่ายกว่า 200,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานราก 26 ล้านบาท และลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนทันที 5.77 ล้านบาท รวมสามครั้งโครงการสามารถกระตุ้นยอดจับจ่ายรวม 86.96 ล้านบาท และเซฟเงินประชาชน 19.44 ล้านบาท ถือเป็นมาตรการสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน เอสเอ็มอี และสินค้าโอทอป ควบคู่กับการลดค่าใช้จ่ายประชาชน

จังหวัดและอำเภอที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด

จังหวัดที่มียอดใช้จ่ายสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สุรินทร์ ชลบุรี เชียงใหม่ สระบุรี และอ่างทอง ส่วนอำเภอที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่ เมืองสระบุรี พนัสนิคม เมืองนนทบุรี เมืองราชบุรี และเมืองภูเก็ต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สินค้าขายดีทั้งในห้างและชุมชน

สินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ น้ำมันประกอบอาหาร ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม และข้าวสาร ขณะที่สินค้าโอทอปยอดนิยมคือ อาหาร ของใช้ ผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องดื่ม และสมุนไพร ส่วนสินค้าชุมชนอื่นๆ ที่ขายดี ได้แก่ อาหารสด ขนมและเบเกอรี่ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และอาหารแปรรูป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นางสาวลลิดากล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลปากท้องประชาชน โดยใช้เครือข่ายรถพุ่มพวงและช่องทางชุมชนเป็นกลไกหลัก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เป็นธรรม พร้อมสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน หลังจากนี้รัฐบาลจะเดินหน้ามาตรการลดค่าครองชีพควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน