นายโทชิฟุมิ ซูซูกิ (Toshifumi Suzuki) อดีตประธานบริษัทเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ (Seven & i Holdings) ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น" ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา สิริอายุ 93 ปี โดยบริษัทได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในวันนี้ (25 พฤษภาคม) เพื่อแจ้งข่าวการจากไปของเขา
การจากไปของตำนานธุรกิจค้าปลีก
บริษัทเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกของญี่ปุ่น ได้แถลงว่า นายโทชิฟุมิ ซูซูกิ ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์และอดีตประธานกรรมการบริษัท ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว โดยพิธีศพจะจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัวเฉพาะครอบครัวและญาติสนิท และจะมีการจัดพิธีอำลาอย่างเป็นทางการในภายหลัง
ประวัติและเส้นทางสู่ความสำเร็จ
นายโทชิฟุมิ ซูซูกิ เกิดที่จังหวัดนางาโน สำเร็จการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชูโอ ก่อนเข้าร่วมงานกับบริษัท อิโต-โยคาโด (Ito-Yokado) ในปี พ.ศ. 2506 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1970 เมื่อเขาในฐานะผู้ดูแลการพัฒนาธุรกิจใหม่ ได้พบเห็นร้านสะดวกซื้อในสหรัฐอเมริกาที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมองเห็นโอกาสที่จะนำโมเดลนี้มาช่วยฟื้นฟูร้านค้าปลีกขนาดเล็กในญี่ปุ่น แม้จะเผชิญกระแสคัดค้านอย่างหนักจากทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่มองว่ายังเร็วเกินไปและร้านค้าขนาดเล็กไม่มีทางประสบความสำเร็จ
การบุกเบิก 7-Eleven ในญี่ปุ่น
ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม ซูซูกิได้เจรจาพันธมิตรกับบริษัทเซาท์แลนด์ (Southland Corporation) ของสหรัฐฯ และก่อตั้งบริษัท ยอร์ค-เซเว่น (ปัจจุบันคือ เซเว่น-อีเลฟเว่น เจแปน) ขึ้นในปี พ.ศ. 2516 ก่อนเปิด 7-Eleven สาขาแรกของญี่ปุ่น ณ ย่านโทโยสุ กรุงโตเกียว ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2517 โดยเปลี่ยนโฉมจากร้านขายสุราแบบดั้งเดิม
นวัตกรรมที่เปลี่ยนวงการค้าปลีก
ซูซูกิไม่ได้เพียงลอกเลียนโมเดลจากอเมริกา แต่เขาคือผู้สร้างระบบการบริหารร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ที่ใช้กันทั่วโลกในปัจจุบัน ได้แก่
- การจัดการสินค้าแบบรายชิ้น (Item-by-Item Management): ควบคุมการขายและสต็อกสินค้าอย่างแม่นยำเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน
- กลยุทธ์การเปิดสาขากระจุกตัว: เปิดสาขาจำนวนมากในพื้นที่เดียวกันเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
- ระบบจัดการข้อมูล ณ จุดขาย: ใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค
- การนำข้าวกล่องและกับข้าวสำเร็จรูปมาขาย: กลายเป็นจุดขายหลักของเซเว่นฯ จนถึงปัจจุบัน
การก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก
ความสำเร็จของเซเว่นฯ ในญี่ปุ่นเติบโตอย่างมหาศาล จนเมื่อบริษัทแม่ในสหรัฐฯ ประสบปัญหาทางการเงิน ซูซูกิได้นำบริษัทญี่ปุ่นเข้าซื้อกิจการเซเว่นฯ สหรัฐฯ และชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ ทำให้ 7-Eleven กลายเป็นเชนร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันเฉพาะในญี่ปุ่นมีสาขามากกว่า 22,000 แห่ง
มรดกและปรัชญาการบริหาร
ตลอดเวลาที่ซูซูกิบริหารงาน เขาดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย รวมถึงประธานและซีอีโอของเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2548 เขามักกล่าวกับคนรอบข้างเสมอว่า "ถ้าคุณทำในสิ่งที่ทุกคนคัดค้าน คุณจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะถ้าทุกคนคัดค้าน แปลว่านั่นคือโอกาสที่มีแค่เราคนเดียวที่คิดออก" เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้บริหารสไตล์ "วันแมน" ที่ตัดสินใจเด็ดขาด เฉียบคม และขยายอาณาจักรไปสู่ธุรกิจธนาคาร รวมถึงแบรนด์สินค้าของตัวเอง โดยยึดเอาความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง
ซูซูกิประกาศลงจากตำแหน่งประธานกรรมการเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 ด้วยวัย 83 ปี เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความขัดแย้งในบอร์ดบริหารเรื่องการตั้งประธานคนใหม่ ซึ่งภายหลังเขาเผยว่าเป็น "โอกาสที่ดี" ที่จะได้วางมือหลังจากอุทิศตนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นมานานหลายทศวรรษ



