โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 และจะต่อเนื่องไปอีก 4 เดือน โดยรัฐบาลโอนเงินให้ประชาชนคนละ 1,000 บาทต่อเดือน ขณะเดียวกันได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยบริหารจัดการร้านค้าผ่านบริการ "นกกระซิบ" ซึ่งเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" อย่างเป็นทางการ
นกกระซิบคืออะไร
นกกระซิบ คือ AI Chatbot สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทย พลัส และการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ บนแอปถุงเงิน โดยร้านค้าสามารถพิมพ์คำถามหรือเลือกคำถามแนะนำ (Preset Question) เพื่อสอบถามข้อมูลได้ทันที ลดขั้นตอนการค้นหาและเพิ่มความสะดวกในการใช้ระบบดิจิทัลของภาครัฐ
ฟังก์ชันสำคัญของนกกระซิบ
นกกระซิบมีฟังก์ชันหลัก 3 ประการที่ช่วยผู้ประกอบการร้านค้า ดังนี้
1. วิเคราะห์ยอดขายอัตโนมัติ
ระบบจะนำข้อมูลการขายจริงของร้านค้ามาสรุปให้เข้าใจง่าย ช่วยเจ้าของร้านบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสรุปยอดขายรายวัน จำนวนรายการขาย วิเคราะห์ช่วงเวลาทองที่ขายดีที่สุด รวมถึงช่วยวางแผนสต็อกสินค้าและการจัดเตรียมพนักงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่มีลูกค้าหนาแน่น
2. เช็คราคากลางวัตถุดิบรายวัน
AI จะเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงราคากลางเฉลี่ยของวัตถุดิบสำคัญ เช่น หมู ไก่ และเนื้อสัตว์ต่างๆ แบบวันต่อวัน ช่วยให้ร้านค้าติดตามต้นทุนได้สะดวกขึ้น และตัดสินใจวางแผนการซื้อวัตถุดิบได้แม่นยำ
3. คำนวณกำไรและต้นทุนเบื้องต้น
ระบบจะช่วยร้านค้าวิเคราะห์ต้นทุนปัจจุบัน เปรียบเทียบกับราคาขาย เพื่อประเมินว่าราคาสินค้าที่ตั้งไว้มีกำไรเพียงพอหรือไม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและวางแผนธุรกิจระยะยาว
การใช้งานนกกระซิบ
นกกระซิบรองรับการใช้งานบนแอปพลิเคชันถุงเงินเวอร์ชัน 5.50.0 ขึ้นไป และเปิดให้ร้านค้าทุกประเภทสามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อเข้าสู่ระบบในฐานะเจ้าของร้านค้า
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก โดยต้องการให้ร้านค้าสามารถใช้ข้อมูลจริงมาช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
"รัฐบาลต้องการให้ AI เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น ใช้เทคโนโลยีช่วยวางแผนธุรกิจได้จริง และใช้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ" รองโฆษกฯ กล่าว



