กระทรวงพาณิชย์ตอบรับข้อเสนอชาวสวนปาล์ม เร่งแก้ปัญหาราคาตก สั่งตรวจสอบราคารับซื้อทั่วประเทศ
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้รับหนังสือจากนางอรุณี ชีสังวรณ์ ตัวแทนเกษตรกรกลุ่มชาวสวนปาล์มน้ำมันรพีพัฒน์ จังหวัดปทุมธานี พร้อมเครือข่ายชาวสวนปาล์มน้ำมันจากภาคกลางและภาคใต้ ที่ยื่นต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
ราคาปาล์มตกต่ำ เกษตรกรกังวลหนัก
กรมการค้าภายในได้รับทราบข้อกังวลของเกษตรกร โดยเฉพาะราคาผลปาล์มที่ลดลงเร็ว ล่าสุดราคาอยู่ที่ประมาณ 6.60–7.20 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เกษตรกรเสนอให้ภาครัฐเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในประเทศ โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ผ่านน้ำมันดีเซล B7 และ B20 เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตและลดความผันผวนของราคา
นอกจากนี้ เกษตรกรยังเสนอให้กำกับดูแลกลไกรับซื้ออย่างเข้มงวด ทั้งโครงสร้างต้นทุนและค่าขนส่ง เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าปุ๋ยและค่าขนส่ง พร้อมขอความชัดเจนด้านนโยบายทั้งระบบ ทั้งการใช้ในประเทศ การส่งออก และการใช้ในภาคพลังงาน
มาตรการเร่งด่วนจากกระทรวงพาณิชย์
กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า มีการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์มอย่างเหมาะสม โดยการบริโภคในประเทศยังคงเดิม แต่เพิ่มการใช้ในภาคพลังงาน จากเดิมประมาณ 70,000 ตัน เป็น 100,000–110,000 ตัน โดยรับทราบจากกรมธุรกิจพลังงานว่ามีแผนเพิ่มปริมาณการใช้ขึ้นอีก
ปัจจุบันมีจุดจำหน่ายประมาณ 100 แห่ง และในสิ้นเดือนเมษายนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 200 แห่ง และมีแผนเพิ่มจุดจำหน่ายขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับปริมาณการใช้ในภาคขนส่ง
การส่งออกและการตรวจสอบราคา
ในส่วนของการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า ไม่ได้ห้ามส่งออก แต่ใช้การกำกับดูแลผ่านระบบขออนุญาตล่วงหน้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลบริหารจัดการให้เกิดความสมดุล โดยได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สะดวกขึ้น และผู้ประกอบการยังสามารถส่งออกได้ตามปกติ
สำหรับสถานการณ์ผลผลิตปีนี้ พบว่า ยังไม่ได้ออกสู่ตลาดมากตามที่คาดการณ์ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม สะท้อนจากหลายพื้นที่ไม่มีการรอคิวจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ราคาผลปาล์มยังปรับลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่ลดลง จากระดับประมาณ 40 บาทต่อกิโลกรัม เหลือราว 36 บาทต่อกิโลกรัม
กรมการค้าภายในได้สั่งการไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ในพื้นที่แหล่งผลิต ให้ตรวจสอบตั้งแต่ลานเท โรงงานสกัด จนถึงปลายทาง เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกราคา หลังพบข้อร้องเรียนว่าราคารับซื้อปรับลดลงเร็ววันละ 40–50 สตางค์ แต่ปรับขึ้นช้า
กรมการค้าภายในจะเข้าไปเร่งตรวจสอบให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ จะลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อและการวัดเปอร์เซ็นต์น้ำมันอย่างต่อเนื่อง หากพบการกดราคารับซื้อหรือเอาเปรียบเกษตรกร จะดำเนินการตามกฎหมายทันที เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรม
สถานการณ์น้ำมันปาล์มบรรจุขวด
ด้านสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด นายวิทยากร กล่าวว่า ปัจจุบันราคาจำหน่ายยังอ้างอิงต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ย้อนหลังประมาณ 1–2 เดือน เนื่องจากยังมีสต๊อกเดิมผสมกับผลผลิตใหม่ในระบบ แม้ผู้ผลิต 6 รายจะยื่นขอปรับราคา แต่ยังไม่มีการอนุมัติกรอบราคาใหม่แต่อย่างใด
ราคาที่ปรับขึ้นในท้องตลาด เป็นการแจ้งราคาจำหน่ายที่ปรับภายในกรอบเดิม จากเดิมที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง ผู้ประกอบการจึงจัดโปรโมชั่นลดราคา ปัจจุบันเมื่อต้นทุนเพิ่ม กลไกการซื้อขายกลับมาอยู่ในราคาที่เคยขอไว้ในกรอบเดิม
ยืนยันว่าในส่วนขอที่มีการยื่นขอปรับเพิ่มราคาในกรอบใหม่ กรมฯจะพิจารณาตามโครงสร้างต้นทุนและสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิดก่อน พร้อมบริหารจัดการสต๊อกให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
ในส่วนของพี่น้องเกษตรกร กรมการค้าภายใน ยืนยันว่า ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก กรมฯจึงจะติดตามสถานการณ์การซื้อขายปาล์มทั้งระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา โดยจะดูแลเกษตรกรและผู้บริโภคควบคู่กันอย่างเป็นธรรม



