เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยชี้แจงถึงข้อกังวลของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่อมาตรการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ว่า การปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได (Progressive Rate) ในครั้งนี้ จะมีผลบังคับใช้เฉพาะภาคครัวเรือนหรือบ้านพักอาศัยเท่านั้น โดยจะไม่มีการผลักภาระค่าใช้จ่ายจากมาตรการดังกล่าวไปให้ภาคอุตสาหกรรม ร้านค้า หรือร้านอาหารต้องแบกรับแทนอย่างแน่นอน
รมว.อุตสาหกรรม ยืนยันไม่กระทบผู้ประกอบการ
นายวราวุธกล่าวว่า ที่ผ่านมาสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแสดงความเป็นห่วงว่าการลดค่าไฟให้ประชาชนจะส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ขอยืนยันว่าผู้ประกอบการจะยังคงเสียค่าไฟในเรทเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และไม่มีรูปแบบที่ภาคอุตสาหกรรมต้องจ่ายต่อหน่วยแพงกว่าที่อยู่อาศัยเพื่อชดเชยส่วนต่างแต่อย่างใด
เตือนร้านอาหาร-คาเฟ่ ตรวจสอบการจดทะเบียน
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ฝากคำเตือนไปยังผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะบ้านพักอาศัยที่ดัดแปลงเป็นร้านอาหารหรือร้านกาแฟขนาดเล็ก หากไม่ได้จดทะเบียนประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ และมีการใช้ไฟฟ้าสูงจนเข้าเกณฑ์อัตราก้าวหน้าขั้นสูงตามโครงสร้างใหม่ อาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการลดค่าไฟ และอาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามปริมาณการใช้จริง จึงขอให้เร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง
มาตรการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้านี้ เป็นนโยบายที่มุ่งช่วยเหลือครัวเรือนที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย ให้ได้รับค่าไฟฟ้าถูกลง โดยผู้ที่ใช้ไฟฟ้ามากจะถูกคิดอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามสัดส่วนการใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากระบบเดิมที่คิดอัตราเดียวตลอดทั้งเดือน การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ขณะเดียวกันก็สร้างแรงจูงใจให้เกิดการประหยัดพลังงานในระยะยาว
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะร่วมมือกับการไฟฟ้าทั้งสามแห่ง ในการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้แจ้งให้ถูกต้อง



