กรมการค้าภายในเปิดเผยว่าราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่ในตลาดยังคงทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่ส่งผลให้ปริมาณสุกรในระบบลดลง
สถานการณ์ราคาเนื้อหมู
นายกรวิชญ์ ตันติศรีวงศ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าราคาหมูมีชีวิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 80-85 บาท ส่งผลให้ราคาเนื้อหมูหน้าฟาร์มอยู่ที่ 130-135 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาขายปลีกในตลาดสดอยู่ที่ 160-180 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับประเภทของเนื้อและแหล่งจำหน่าย ราคาที่สูงขึ้นนี้เป็นผลจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาแพงขึ้น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาเนื้อไก่
สำหรับเนื้อไก่ ราคาหน้าฟาร์มอยู่ที่ 38-42 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาขายปลีกอยู่ที่ 65-80 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นเช่นกัน รวมถึงความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล ทำให้ราคามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีก
มาตรการของภาครัฐ
กรมการค้าภายในได้ดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยการประสานงานกับผู้ประกอบการในการตรึงราคาจำหน่ายในบางพื้นที่ และการสนับสนุนให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบการกักตุนสินค้าและการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบและโรคระบาดจะคลี่คลาย ผู้บริโภคควรวางแผนการซื้อและเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด



