รัฐชะลอการไต่สวนเซฟการ์ดพีพี เปิดทางนำเข้า สกัดราคาพุ่ง
รัฐชะลอเซฟการ์ดพีพี เปิดทางนำเข้า สกัดราคาพุ่ง

รัฐชะลอการไต่สวนเซฟการ์ดพีพี เปิดทางนำเข้า สกัดราคาพุ่ง

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ชะลอการไต่สวนเพื่อใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นหรือเซฟการ์ด กับเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน หรือพีพี ที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นการชั่วคราว หลังจากเปิดไต่สวนมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ตามที่ผู้ผลิตภายในประเทศยื่นคำร้อง

สาเหตุการชะลอเซฟการ์ด

การชะลอครั้งนี้มีขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติก หลังจากเกิดการสู้รบในตะวันออกกลางและการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติกลดลงทั่วโลก ผู้ซื้อจากหลายประเทศต่างแย่งกันซื้อสินค้า ผลักดันให้ราคาสูงขึ้น แม้มีเงินซื้อก็อาจหาซื้อได้ยาก

นอกจากนี้ การส่งสินค้าจากตะวันออกกลางมายังไทยทำได้ยากขึ้น เนื่องจากต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง ทำให้เม็ดพลาสติกในไทยอาจเกิดภาวะตึงตัวและขาดแคลนได้ การเลื่อนการไต่สวนแม้จะทำให้ผู้ผลิตไทยได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยส่วนแบ่งตลาด ยอดขาย ยอดผลิต และกำลังการผลิตลดลง แต่ก็จำเป็นเพื่อบรรเทาปัญหาในระยะสั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การหารือกับภาคเอกชน

กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกลุ่มเคมีภัณฑ์และวัสดุที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีความกังวลว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนในอนาคตอันใกล้ จึงขอให้กรมการค้าต่างประเทศชะลอการไต่สวนเซฟการ์ดไปก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบด้านบรรจุภัณฑ์ จนอาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าหรือการขาดแคลนสินค้าบางรายการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรม

ภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พลาสติก ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่นๆ ได้เสนอให้ภาครัฐ โดยกระทรวงการคลังและกรมศุลกากร พิจารณายกเลิกภาษีนำเข้าเม็ดพลาสติก เพื่อลดภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าอื่นๆ ตามมา อย่างไรก็ตาม การลดภาษีนำเข้าเม็ดพลาสติกเป็นอำนาจของกระทรวงการคลังและกรมศุลกากร ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการหรือไม่

ข้อมูลการนำเข้าพีพี

การเปิดไต่สวนเซฟการ์ดกับพีพีจากต่างประเทศเกิดขึ้นเนื่องจากพบว่ามีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 โดยเพิ่มจาก 228,365 ตัน เป็น 390,589 ตันในปี 2566 หรือเพิ่มขึ้น 71.03% และในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2566 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก 297,871 ตัน เป็น 351,764 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 18.09% ทำให้ผู้ผลิตภายในประเทศได้รับความเสียหาย หากการไต่สวนถึงขั้นสุดท้ายและพบว่าการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นส่งผลเสียหายจริง ก็อาจใช้มาตรการต่างๆ เช่น การเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นหรือการกำหนดโควตานำเข้า