สถานการณ์ผลไม้ไทยส่งออกไปยังประเทศจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มเผชิญกับความท้าทายจากคู่แข่งเพื่อนบ้านที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะ "ลำไย" ที่เริ่มมีสัญญาณน่าเป็นห่วง เนื่องจากถูกจีนบีบมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ยอดส่งออกลดลง
5 อันดับผลไม้ไทยส่งออกจีนสูงสุดปี 2568
ข้อมูลจากศุลกากรแห่งชาติจีนระบุว่า ในปี 2568 ผลไม้ไทยที่จีนนำเข้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- ทุเรียนสด ปริมาณ 920,749 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 40.82%
- มะพร้าว ปริมาณ 432,812 ตัน (19.19%) ได้รับความนิยมทั้งในรูปผลสดและแปรรูป
- ลำไยสด ปริมาณ 375,123 ตัน (16.63%)
- มังคุด ปริมาณ 225,483 ตัน (10%)
- ลำไยอบแห้ง ปริมาณ 178,942 ตัน (7.93%)
แม้ทุเรียนยังคงเป็นผลไม้ส่งออกอันดับหนึ่ง แต่ปีนี้ผลผลิตทุเรียนออกมามากจนเกิดความกังวลเรื่องราคาตก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ว่า ได้รับรายงานจาก สส.นครพนม เกี่ยวกับการจัดช่วงเวลาตรวจสอบทุเรียนบริเวณด่านพรมแดนน้อยเกินไป ทำให้การส่งออกล่าช้า จึงต้องขยายเวลาตรวจคุณภาพเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสารปนเปื้อน ป้องกันปัญหาการส่งออกไปจีน
ปัญหาลำไยถูกกดดันจากมาตรฐานความปลอดภัย
นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า นอกจากทุเรียนแล้ว ผลไม้ชนิดอื่นใน 5 อันดับแรกก็ประสบปัญหาแตกต่างกันไป โดยเฉพาะ "ลำไย" ที่จะเริ่มออกผลผลิตหลังเดือนมิถุนายนต่อเนื่องถึงสิ้นปี แต่ที่ผ่านมาเจอปัญหามาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารจากจีนที่สุ่มตรวจอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งอาจมีสารตกค้างเกินกำหนดและถูกตีกลับ การสุ่มตรวจของจีนไม่ได้จำกัดแค่หน้าด่าน แต่รวมถึงในร้านค้าและห้างสรรพสินค้า ทำให้ร้านค้าหลายแห่งไม่กล้านำเข้าเพราะกลัวปัญหา และอาจทยอยลดการนำเข้าในอนาคต
มังคุดและทุเรียนยังมีโอกาส แต่ต้องปรับตัว
สำหรับ "มังคุด" ไทยยังเป็นเจ้าตลาดในจีน แต่เริ่มมีอินโดนีเซียเข้ามาแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ไทยยังได้เปรียบด้านระยะทางการขนส่งและการคัดเกรดที่เข้มงวด ส่วน "ทุเรียน" ที่ผลผลิตมากจนราคาตก นายสัญชัยมองว่าหากตลาดส่งออกยังดีก็ยังขายได้ แต่ต้องปรับตัว
ข้อมูลจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง
รายงานสถานการณ์สินค้าเกษตรประจำเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า จีนนำเข้าผลไม้เพิ่มขึ้น โดยไทยเป็นอันดับ 2 ที่จีนนำเข้ามากที่สุด การนำเข้าทุเรียนและมะพร้าวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ลำไยลดลง การส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีนยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้สด แต่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์โลก ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้นและเส้นทางไม่แน่นอน
จีนยังคงเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยอาหารและการตรวจสอบคุณภาพสินค้า ผู้ส่งออกไทยต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดจีนรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากเวียดนามที่สามารถขยายส่วนแบ่งตลาดผลไม้บางชนิด เช่น ทุเรียน ซึ่งเวียดนามได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่มีพรมแดนติดจีนโดยตรง ในปี 2568 เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนประมาณ 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามหลังไทยที่ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไม่มาก และอาจแซงไทยในปี 2569
โดยสรุป ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพสูงสำหรับสินค้าเกษตรไทย แต่จำเป็นต้องยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ และบริหารความเสี่ยงจากสถานการณ์โลกควบคู่กันไป



