คลังยกเครื่องบัตรคนจน ปรับเกณฑ์รายได้เป็นรายบุคคล
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบทบทวนเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ใหม่ เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันมากขึ้น หลังจากฐานข้อมูลเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2565–2566 ปัจจุบันมีผู้ถือสิทธิ์ 13.8 ล้านคน โดยเชื่อว่าเกณฑ์ใหม่จะช่วยคัดกรองผู้มีรายได้น้อยได้แม่นยำขึ้น พร้อมยอมรับว่ายังมีประชาชนบางส่วนที่เข้าไม่ถึงสิทธิ์ ซึ่งจะใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ “เก็บตก” เพิ่มเติม
เกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปลี่ยนอะไรบ้าง?
จุดเปลี่ยนสำคัญของเกณฑ์ใหม่คือการปรับจาก “เกณฑ์รายได้ครอบครัว” มาเป็น “รายบุคคล” กำหนดรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี เพื่อสะท้อนสถานะของแต่ละคนชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันมีการเพิ่ม “กลุ่มต้องห้าม” หรือผู้ถูกตัดสิทธิ์ ได้แก่ ผู้ถือหุ้นหรือมีบัญชีตราสารหนี้ ผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตเกิน 12,000 บาทต่อปี (เฉพาะที่จ่ายเอง) ผู้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนเลี้ยงดูบิดามารดา นักเรียน นักศึกษา กรรมการบริษัทหรือนิติบุคคล
นอกจากนี้ ยังเพิ่มเงื่อนไขด้านทรัพย์สินและพฤติกรรมทางการเงิน เช่น ห้ามถือครองรถยนต์ (ยกเว้นใช้ประกอบอาชีพหรือเกษตรกรรม) รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) ไม่ได้รับสิทธิ์ ผู้มีบัตรเครดิตจะถูกตัดสิทธิ์ วงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชีต้องไม่เกิน 100,000 บาท
นายลวรณย้ำว่า หากเข้าเงื่อนไขตัดสิทธิ์เพียงข้อเดียว จะถูกปัดตกทันที โดยใช้ข้อมูลย้อนหลังเดือนพฤษภาคมในการตรวจสอบ และคาดว่าจำนวนผู้ถือบัตรจะลดลงจากเดิมกว่า 13 ล้านสิทธิ์
ไทม์ไลน์การทบทวนสิทธิ์บัตรคนจน
- 4 มิ.ย. – 21 มิ.ย. : ผู้ถือบัตรเดิมต้องยืนยันตัวตน
- ประมาณ 30 วันหลังเริ่มตรวจสอบ : ทราบผลคัดกรองเบื้องต้น
- คาดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ : 17 ก.ค.
- เปิดอุทธรณ์ : ภายในสิ้นเดือน ก.ค.
- ยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้ถึง : 17 ส.ค.
ช่องทางยืนยันตัวตน 5 ช่องทาง
- แอป “เป๋าตัง”
- แอป “ทางรัฐ”
- เว็บไซต์โครงการ
- ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธ.ก.ส., ออมสิน, กรุงไทย, ธอส. และธนาคารอิสลามฯ
สำหรับ “ผู้มีสิทธิ์ใหม่” ยังไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ในขณะนี้ โดยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะใช้ฐานข้อมูลในพื้นที่สำรวจและคัดกรองกลุ่มเปราะบางหรือผู้ตกหล่น ก่อนส่งรายชื่อให้กระทรวงการคลังตรวจสอบตามเกณฑ์เดียวกัน กระบวนการต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569
ผลกระทบและการดูแลกลุ่มที่หลุดสิทธิ์
กระทรวงการคลังยืนยันว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ไม่กระทบผู้มีรายได้น้อยตัวจริง แต่มีเป้าหมายหลักเพื่อคัดกรองผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์ออกจากระบบ และจะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอมากขึ้นในอนาคต โดยเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถอุทธรณ์ได้ตามขั้นตอน
สำหรับผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติและไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบใหม่ นายลวรณระบุว่า ภาครัฐอาจมีการหารือเพิ่มเติมเพื่อกำหนดแนวทางดูแลกลุ่มดังกล่าว โดยอาจพิจารณาให้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” หรือมาตรการช่วยเหลืออื่นที่เหมาะสมต่อไป
เชื่อมโยงกับระบบ Negative Income Tax
นายลวรณระบุเพิ่มเติมว่า ผลจากการทบทวนเกณฑ์และการตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาระบบ Negative Income Tax ในอนาคต ซึ่งเป็นแนวทางในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ควบคู่ไปกับการนำผู้มีรายได้เข้าสู่ระบบภาษีอย่างเป็นระบบมากขึ้น



