รัฐบาลจีนได้ประกาศชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในวันนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ท่ามกลางความท้าทายทั้งในประเทศและต่างประเทศ แผนดังกล่าวครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การลดดอกเบี้ย การเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ ไปจนถึงการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
รายละเอียดมาตรการสำคัญ
ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 3.35% ซึ่งเป็นการลดครั้งแรกในรอบหลายเดือน พร้อมกันนี้ยังได้ลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.5% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมออกพันธบัตรพิเศษมูลค่า 1 ล้านล้านหยวน เพื่อใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการสวัสดิการสังคม
การสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการผ่อนคลายมาตรการในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประสบปัญหาหนักในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลจะลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยลงอีก รวมถึงผ่อนปรนเกณฑ์การกู้ซื้อบ้านครั้งแรก เพื่อกระตุ้นความต้องการในตลาด
- ลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านลง 0.25% สำหรับผู้กู้ซื้อบ้านครั้งแรก
- ขยายวงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย
- เร่งรัดการก่อสร้างโครงการบ้านพักอาศัยสาธารณะ
ปฏิกิริยาจากตลาด
ตลาดหุ้นจีนตอบรับเชิงบวกต่อข่าว โดยดัชนี Shanghai Composite ปรับตัวขึ้นกว่า 2% ในช่วงเช้า ขณะที่ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังต้องติดตามผลในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ความท้าทายที่ยังคงอยู่
แม้รัฐบาลจีนจะออกมาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการ เนื่องจากเศรษฐกิจจีนเผชิญกับปัญหาหลายด้าน เช่น วิกฤตตลาดอสังหาริมทรัพย์ ความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอ และความตึงเครียดทางการค้ากับชาติตะวันตก
- หนี้สินภาคเอกชนที่สูงเป็นประวัติการณ์
- การว่างงานในกลุ่มเยาวชนที่เพิ่มขึ้น
- การชะลอตัวของการส่งออกเนื่องจากอุปสงค์โลกที่ลดลง
นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง กล่าวในการแถลงข่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและนโยบายการคลังที่เข้มแข็งต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 5 ในปีนี้ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพทางสังคมและการจ้างงาน



