พาณิชย์คุมเข้มขนย้ายหอมหัวใหญ่ สกัดลักลอบนำเข้า รักษาเสถียรภาพราคาในประเทศ
กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศใช้มาตรการควบคุมการขนย้ายหอมหัวใหญ่อย่างเข้มงวดทั่วประเทศ เพื่อสกัดการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ และรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักในการคุ้มครองรายได้ของเกษตรกรไทย นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการติดตามปริมาณหอมหัวใหญ่ที่หมุนเวียนในตลาด พบว่ามีจำนวนมากจากหลายแหล่งที่มา ขณะที่สินค้าบางส่วนมีต้นทุนอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านราคา
มาตรการตามกฎหมายเพื่อการกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด
กรมการค้าภายในจึงใช้มาตรการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กำกับดูแลการขนย้ายหอมหัวใหญ่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางการกระจายสินค้าได้อย่างชัดเจน ว่าสินค้าถูกส่งไปจัดเก็บหรือจำหน่าย ณ สถานที่ใด ปริมาณเท่าใด และเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
ผู้ประกอบการที่ทำการขนย้ายหอมหัวใหญ่ระหว่างจังหวัดต้องห้าม 52 จังหวัดตามประกาศ จะต้องขออนุญาตการขนย้ายตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมแจ้งรายละเอียดปริมาณ แหล่งที่มา และสถานที่ปลายทางอย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ หากพบการขนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขนย้ายไม่ตรงตามปริมาณหรือสถานที่ปลายทางที่แจ้งไว้ หรือมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าเป็นสินค้าลักลอบนำเข้า หรือสวมสิทธิ์แหล่งที่มา กรมการค้าภายในจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
บูรณาการความร่วมมือเพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกราคา
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนกลไกราคาและสร้างผลกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกรไทย กรมการค้าภายในได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมศุลกากร หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบตามด่านชายแดน ท่าเรือ และเส้นทางลำเลียงสินค้าเกษตรสำคัญ รวมถึงลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเย็นและแหล่งกระจายสินค้าขนาดใหญ่ เพื่อติดตามปริมาณสต๊อกและพฤติกรรมทางการค้าอย่างใกล้ชิด
มาตรการนี้ยังมุ่งป้องกันการกักตุนหรือการนำสินค้าที่ไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาชัดเจนเข้ามาจำหน่ายปะปนในตลาด ควบคู่กับการเร่งเชื่อมโยงการซื้อขายระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและเสริมอำนาจการต่อรองให้เกษตรกรในช่วงที่ตลาดมีการแข่งขันสูง
โทษทางกฎหมายสำหรับผู้ฝ่าฝืน
การกำกับดูแลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า รักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศ และคุ้มครองรายได้ของเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม จึงขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีการลักลอบขนย้ายสินค้าเกษตร ต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีไม่แจ้งข้อมูลตามข้อกำหนดของกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
มาตรการดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลตลาดสินค้าเกษตรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกษตรกรไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว