เปิดโมเดล 'ภาษีบ้านเกิด' จากญี่ปุ่นสู่ไทย กลไกกระจายความมั่งคั่ง ลดเหลื่อมล้ำ
กระทรวงการคลังกำลังศึกษาแนวทาง ภาษีบ้านเกิด หรือ Hometown tax โดยอ้างอิงจากโมเดลของญี่ปุ่น ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีเงินได้สามารถเลือกจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง แทนการจ่ายให้ส่วนกลางทั้งหมด กลไกนี้มุ่งกระจายความมั่งคั่งจากศูนย์กลางออกสู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาท้องถิ่นอย่างตรงจุด
แรงบันดาลใจจากญี่ปุ่น: ระบบ Furasato Nozei
ญี่ปุ่นเริ่มใช้ระบบ Furasato Nozei ตั้งแต่ปี 2551 ในสมัยนายชินโซะ อาเบะ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่และรายได้ท้องถิ่นลดลง ระบบนี้ให้ผู้มีเงินได้แบ่งเงินไปจ่ายท้องถิ่น และรับของฝากประจำท้องถิ่นเป็นของขวัญตอบแทน มูลค่าไม่เกิน 30% ของยอดบริจาค
ผลลัพธ์คือยอดบริจาคเพิ่มขึ้นจาก 2.4 พันล้านบาทในปี 2551 เป็น 1.46 แสนล้านบาทในปี 2562 ช่วยฟื้นฟูสังคมสูงวัย เช่น เมือง Tara-cho ที่ปรับพื้นที่เกษตรสำหรับผู้สูงอายุ และเมือง Kumamoto ที่ใช้เงิน 570 ล้านเยนช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวทันท่วงที
แนวทางปรับใช้ในไทย: จากงานวิจัยสู่การทดลอง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภาษีบ้านเกิดไม่ใช่การเก็บภาษีใหม่ แต่เป็นทางเลือกให้ผู้มีเงินได้เลือกจ่ายให้ส่วนกลางหรือบ้านเกิด โดยอาจให้สิทธิลดหย่อนภาษีคล้ายการบริจาคพรรคการเมือง
ทีมนักวิจัยจากธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอให้สร้างแรงจูงใจด้วยของสมมนาคุณหรือสิทธิลดหย่อน ต่อยอดจากกองทุนผ้าป่าที่มีอยู่ เช่น เทศบาลตำบลท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ระดมเงินสร้างบ้านและมอบอุปกรณ์ทำกิน หรือ อบต.หนองป่าครั่ง จังหวัดเชียงใหม่ ที่พัฒนาชุมชนด้วยการมีส่วนร่วม
ข้อเสนอเชิงปฏิบัติ: โปร่งใสและทดลองจำกัด
นักวิจัยแนะให้รัฐบาลออกแบบนโยบายภายใต้หลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่สร้างภาระ อาจเริ่มทดลองในจังหวัดรายได้ต่อหัวน้อย 10 อันดับแรก หรือใช้ระบบ e-Donation เพื่อเชื่อมโยงการชำระเงิน
หากให้ของสมมนาคุณ ควรกำหนดสัดส่วนมูลค่าตามแบบญี่ปุ่น หรือให้ส่วนลดค่าที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนธุรกิจสมัยใหม่ เช่น ระบบติดตามรถสาธารณะในท้องถิ่น
โอกาสและความท้าทาย: จากตัวเลขสู่การมีส่วนร่วม
ปัจจุบัน ไทยมีผู้ยื่นแบบแสดงเงินได้เสียภาษีประมาณ 11 ล้านคน ในจำนวนนี้เสียภาษีเพิ่มเติมหลังหักลดหย่อนประมาณ 4 ล้านคน หากออกแบบระบบให้ง่าย โปร่งใส และตรวจสอบได้ เชื่อว่า คนไกลบ้านย่อมอยากจ่ายภาษีเพื่อบ้านเกิด
โมเดลนี้ไม่เพียงประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น แต่สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้ก็กำลังศึกษาเช่นกัน สะท้อนแนวโน้มการกระจายความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก



