สกสว. ผนึก C asean ใช้ทุนวัฒนธรรมเพอราณากัน หนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก
สกสว. ผนึก C asean ผลักดันทุนวัฒนธรรมเพอราณากัน สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กองทุน ววน. ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. กำลังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นเครื่องมือหลักในการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมของไทยให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง สกสว. และ C asean

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สกสว. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ หรือ MOU ร่วมกับ บริษัท ซี.เอ.ไอ. (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด หรือ C asean ณ สำนักงาน C asean อาคารไทยเบฟ ควอเตอร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายบทบาทของกองทุน ววน. จากการสนับสนุนงานวิจัยไปสู่การแปลงองค์ความรู้ให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีศักยภาพในระดับสากล

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และเครือข่ายระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยเริ่มต้นจากเศรษฐกิจฐานรากเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยโครงการแรกที่ดำเนินการคือโครงการเพอราณากันในประเทศไทย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มุมมองจากผู้นำองค์กร

ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นมากกว่าความร่วมมือเชิงนโยบาย แต่คือการวางรากฐานให้ ววน. เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานราก พร้อมชี้ให้เห็นว่าการผสานความเชี่ยวชาญกับ C asean จะช่วยยกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่มูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด ววน. เพื่อคนไทยทุกคน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นางต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.เอ.ไอ. (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นและนิมิตหมายอันดีที่ทั้งสององค์กรจะทำงานเชิงรุกร่วมกันในการขับเคลื่อนสังคม พร้อมย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนการทำงานหลักอีกด้วย

โครงการเพอราณากัน: มรดกวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือการพัฒนาโครงการบนฐานทุนวัฒนธรรมเพอราณากันในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 25 อำเภอ ใน 12 จังหวัดภาคใต้ โดยเพอราณากันเป็นมรดกวัฒนธรรมที่เกิดจากการอพยพของชาวจีนโพ้นทะเลตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 15 โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าที่เดินทางเข้ามาค้าขายและตั้งถิ่นฐานในพื้นที่คาบสมุทรมลายูและหลายจังหวัดภาคใต้ของไทย ชาวจีนโพ้นทะเลเหล่านี้ได้แต่งงานกับหญิงท้องถิ่น ทำให้เกิดทายาทเชื้อสายลูกผสมที่คนพื้นที่เรียกว่า เพอราณากัน ซึ่งแปลว่า เกิดที่นี่

การหล่อหลอมวัฒนธรรมเพอราณากันของลูกผสมจีน-มลายู-พื้นถิ่นในประเทศไทยปรากฏให้เห็นในพื้นที่ 12 จังหวัด 25 อำเภอของภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง ระนอง ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

มรดกวัฒนธรรมเพอราณากันยังรวมถึงสิ่งอื่น ๆ เช่น มรดกอาคารสถาปัตยกรรมบ้านร้านค้าสไตล์จีนโคโลเนียลอายุหลายร้อยปี มรดกวัฒนธรรมอัตลักษณ์เครื่องแต่งกายชุดเคบายาที่สวยงามละเมียดพร้อมความหมายของเครื่องประดับเพชรและทองที่น้อยคนจะได้เห็น รวมถึงมรดกวัฒนธรรมการปรุงอาหารตำรับจีนฮกเกี้ยนสุดพิถีพิถันที่เรียกว่า รสมืออาม่า ซึ่งผสานเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นอันเลอเลิศของพื้นที่คาบสมุทรมลายู

โครงการวิจัยนี้ตั้งใจนำทุนวัฒนธรรมไทย-จีน-มลายูมาต่อยอดด้วยนวัตกรรมเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และโมเดลธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจโลก ควบคู่กับการดำเนินงานตามแนวคิด ESG ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสืบสาน ส่งเสริม และส่งต่อวัฒนธรรมเพอราณากันให้อยู่คู่กับประเทศไทยสืบไป

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยทั้งระบบผ่านการสร้างนวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าทุนวัฒนธรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อนาคต ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและศักยภาพของชุมชนให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน