รองนายกฯ มั่นใจเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าไทยปี 69 แตะ 7 แสนล้าน
รองนายกฯ มั่นใจเงินลงทุนจริงเข้าไทยปี 69 แตะ 7 แสนล้าน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เกือบ 7 แสนล้านบาท ผ่านการเร่งรัดโครงการ BOI Fast Pass และ Thailand FastPass โดยเน้นการเปลี่ยนความเชื่อมั่นจากใบสมัครส่งเสริมการลงทุนให้กลายเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เป้าหมายเงินลงทุนจริง 7 แสนล้านบาท

นายเอกนิติกล่าวว่า ความสำเร็จนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการจ้างงานและการฟื้นตัวของภาคการผลิตในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการใช้การลงทุนเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนศักยภาพการแข่งขันของชาติในเวทีโลกอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายจริงในระบบเศรษฐกิจไทยตามความต้องการของนายกรัฐมนตรีที่กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนอย่างแท้จริง

“นโยบายนี้จะช่วยเร่งดำเนินโครงการให้รวดเร็วขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประเทศเพิ่มศักยภาพการแข่งขันตามทิศทางที่นายกรัฐมนตรีได้วางรากฐานไว้สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทย รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินงานด้วยความรวดเร็วและประสานงานกันอย่างใกล้ชิดทุกหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนที่ผ่านการพิจารณาให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีโดยไร้อุปสรรคทางด้านระเบียบปฏิบัติที่ยุ่งยากในอดีต” นายเอกนิติกล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 สูงเป็นประวัติการณ์ 1.8 ล้านล้านบาท

นายเอกนิติกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 พบว่า มียอดขอรับการส่งเสริมรวมมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างชัดเจน การที่มีเงินมหาศาลจ่อคิวเข้ามาลงทุนนี้เป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลต้องเร่งสร้างกลไกที่อำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ ผ่านโครงการเร่งรัดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ

ไตรมาสแรกปี 2569 ยอดขอรับการส่งเสริมพุ่ง 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 142%

สำหรับความเชื่อมั่นเหล่านี้เกิดจากความมั่นคงทางนโยบายและการที่รัฐบาลสามารถสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนผ่านความร่วมมือกับนานาชาติอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมา จนได้รับการยอมรับจากองค์กรจัดอันดับระดับโลก ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนที่ยังคงมีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนพุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านบาทภายในไตรมาสเดียว ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 142%

อันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยดีขึ้น อยู่อันดับ 26

ด้านความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ล่าสุดพบว่า อันดับที่ประกาศโดยสถาบันไอเอ็มดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปรับตัวดีขึ้นจากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 ในภาพรวม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจในหลายมิติ โดยเมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า มิติด้านการลงทุนระหว่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากอันดับที่ 30 มาเป็นอันดับที่ 24 ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการ Thailand FastPass ที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นให้สูงขึ้น

มูดี้ส์และเอสแอนด์พีปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยมีเสถียรภาพ

เช่นเดียวกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้งมูดี้ส์และเอสแอนด์พีได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยให้มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อันเป็นสัญญาณที่ยืนยันถึงความสำเร็จของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติให้มีความมั่นคง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยอย่างชัดเจน และเป็นการตอกย้ำว่านโยบายการดึงดูดการลงทุนของนายกรัฐมนตรีเดินมาถูกทางในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มทุนข้ามชาติที่ต้องการความมั่นคงในระยะยาว

จีดีพีไตรมาส 1 ขยายตัว 2.8% การลงทุนภาคเอกชนโต 10.1% สูงสุดรอบ 10 ปี

นโยบายการเร่งรัดการลงทุนยังส่งผลสะท้อนไปยังตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมาซึ่งมีการขยายตัว 2.8% โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนที่มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 10.1% ซึ่งถือเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลักเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี การขยายตัวดังกล่าวนับเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโครงการส่งเสริมการลงทุนเริ่มมีการใช้จ่ายเงินจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากกว่า 2 แสนล้านบาทไปแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผ่านกลไกการเร่งรัดที่รัฐบาลได้ริเริ่มขึ้น

รองนายกฯ มั่นใจเป้าหมายการลงทุนจริง 7 แสนล้านบาทสำเร็จ

“การเติบโตนี้ส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลังและสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในระยะยาว ผ่านเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลเข้าสู่ภาคการผลิตและภาคการก่อสร้างของประเทศอย่างสม่ำเสมอ รัฐบาลมั่นใจว่าด้วยแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ จะทำให้เป้าหมายการลงทุนจริงจำนวน 7 แสนล้านบาทสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนจีดีพีปีนี้” รองนายกฯ กล่าว