รัฐบาลมอบนโยบายงบประมาณปี 2570 เน้นซ่อมถนนเดิม ลดรายจ่าย ส่งเสริมพลังงานสะอาด
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ได้เข้าร่วมประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด ณ อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
นโยบายงบประมาณภายใต้กรอบวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดทำงบประมาณสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและสถานการณ์โลกที่ผันผวน นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายภายใต้กรอบวงเงิน 3,788,000 ล้านบาท โดยเน้นแนวทาง “ตรงเป้า แม่นยำ” และตอบโจทย์นโยบาย “10 พลัส” เพื่อนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตและพัฒนาอย่างยั่งยืน
นโยบายสำคัญครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่
- ด้านเศรษฐกิจ
- ด้านต่างประเทศและความมั่นคง
- ด้านสังคม
- ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
- ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย
พร้อมเน้นย้ำให้ภาครัฐใช้งบประมาณโดยยึดหลักความคุ้มค่าและงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) โดยพิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน และความเหมาะสมของสถานการณ์ รวมถึงปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และการขอรับงบประมาณเพิ่มต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น
กระทรวงคมนาคมเน้นซ่อมบำรุงถนนเดิมแทนการสร้างใหม่
ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มุ่งเน้นการบำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงข่ายถนนที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง มากกว่าดำเนินโครงการก่อสร้างใหม่ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่า ช่วยลดรายจ่ายภาครัฐ และยกระดับความปลอดภัยในการคมนาคมขนส่งได้อย่างยั่งยืน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดพร้อมนำนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของนายกรัฐมนตรีมาใช้ในการวางแผนและจัดทำงบประมาณให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดจัดทำคำของบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ”
ส่งเสริมพลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในระยะยาว รวมถึงส่งเสริมความพร้อมด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน



