หญิงเซล้มหัวฟาดกระจกร้าว ขสมก.ขอโทษ ยันรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด
หญิงเซล้มหัวฟาดกระจกร้าว ขสมก.ขอโทษ รับผิดชอบค่าเสียหาย

วันที่ 18 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี หญิงสาวรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความสอบถามหลังคุณแม่เซล้มบนรถเมล์ ขณะที่รถเข้าโค้ง จนทำให้ศีรษะไปกระแทกกับกระจก จนกระจกร้าว โดยข้อความระบุว่า "ขอสอบถามหน่อยค่ะ กรณีที่เราขึ้นรถเมล์โดยสารแล้วเกิดเซล้มเป็นความผิดของเราเหรอคะ ที่เราต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับรถเมล์ ถ้ารถเมล์เรียกค่าเสียหาย 4,300 ในกรณีที่เราทำให้รถเกิดความเสียหาย อ้างว่าเป็นความประมาทของผู้โดยสาร โดยที่ไม่ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลก่อน ให้ผู้โดยสารจ่ายค่าเสียหายก่อน แบบนี้มันได้เหรอ??? ความปลอดภัยในการโดยสารรถประจำทางคืออะไร นอกจากเจ็บตัวแล้วยังเสียเงินอีก ต้องไปไกล่เกลี่ยคุยกันที่โรงพัก สรุปต้องจ่ายคนละครึ่งกับคนขับรถเมล์ แล้วให้พาผู้บาดเจ็บไปรักษาตัวที่บางปะกอกหนึ่ง ตาม พ.ร.บ.ของรถเมล์ ให้ไปกันเอง?????"

เสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์

หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แสดงความเห็นใจและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ขสมก. ที่ไม่ดูแลผู้โดยสารอย่างเหมาะสม

ขสมก.ออกมาชี้แจง

ต่อมา ขสมก. ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก "ขสมก. พร้อมบวก" ระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนรถโดยสาร สาย 4-33E หมายเลขรถ 5-44061 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง สำหรับความคลาดเคลื่อนในการประสานงานและการสื่อสารข้อมูลของเจ้าหน้าที่และพนักงานในเบื้องต้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้เสียหายและประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ยืนยันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ขสมก. ชี้แจงว่า ในขณะนี้ทางหน่วยงานได้ดำเนินการติดต่อประสานงานกับผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขอยืนยันว่า ขสมก. ยินดีที่จะรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทุกประการ ขสมก. น้อมรับข้อผิดพลาดดังกล่าว และจะเร่งปรับปรุงกระบวนการทำงานและการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

บทเรียนจากเหตุการณ์

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการให้บริการและการสื่อสารของ ขสมก. เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยและความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นในอนาคต