เปิดสถิติคนไทยใช้บริการขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น หลังรัฐลดค่าโดยสาร
เปิดสถิติคนไทยใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นหลังลดค่าโดยสาร

รัฐบาลเปิดเผยสถิติการใช้บริการขนส่งสาธารณะของประชาชนชาวไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่มีการดำเนินนโยบายลดค่าโดยสารเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบรถไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทาง

สถิติการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น

จากข้อมูลของกระทรวงคมนาคมพบว่า จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งระบบ BTS และ MRT เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้บริการรถเมล์ขสมก. ก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการลดค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสายที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ต้นปี

ผลกระทบต่อประชาชน

นางสาวสมหญิง ใจดี หนึ่งในผู้ใช้บริการประจำกล่าวว่า “ปกติต้องจ่ายค่าโดยสารวันละประมาณ 80 บาท แต่ตอนนี้ลดลงเหลือเพียง 40 บาทต่อวัน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก และรู้สึกว่าการเดินทางสะดวกขึ้น” นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่หันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถส่วนตัว เนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายและลดปัญหาการจราจรติดขัด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นโยบายของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความสำเร็จของนโยบายนี้ว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน และการลดค่าโดยสารเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนมีเงินเหลือใช้จ่ายในด้านอื่นๆ มากขึ้น” นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายมาตรการไปยังระบบขนส่งอื่นๆ เช่น รถไฟชานเมืองและเรือโดยสารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อนาคตของระบบขนส่งสาธารณะ

กระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับปรุงระบบตั๋วโดยสารให้มีความทันสมัยและเชื่อมต่อกันระหว่างระบบขนส่งต่างๆ ได้อย่างราบรื่น คาดว่าภายในปีหน้า ระบบตั๋วร่วมจะสามารถใช้ได้กับทุกประเภทการเดินทางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระบบขนส่งสาธารณะ โดยมีแผนที่จะเปลี่ยนรถเมล์เป็นรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น และสนับสนุนให้เอกชนลงทุนในระบบขนส่งที่ใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว