Grab ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันชั่วคราวในสิงคโปร์ ช่วยไรเดอร์รับมือต้นทุนพุ่ง
แพลตฟอร์มบริการเรียกรถชื่อดังอย่าง Grab ได้ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันชั่วคราวในประเทศสิงคโปร์ โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงสูงและคาดเดายาก
รายละเอียดการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม
การปรับขึ้นครั้งนี้จะทำให้ค่าธรรมเนียมน้ำมัน หรือ Fuel Surcharge อยู่ที่ 0.90 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเที่ยว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 0.40 ดอลลาร์ โดยจะมีผลกับบริการเรียกรถทั้งหมด ยกเว้นแท็กซี่มิเตอร์และบริการมาตรฐานบางประเภท
Grab ระบุว่า ค่าธรรมเนียม "Driver Fee" เดิมที่ 0.50 ดอลลาร์ จะถูกปรับชื่อเป็น "Fuel Surcharge" และรวมเป็นรายการเดียว ทำให้ผู้โดยสารจะเห็นค่าธรรมเนียมรวมเพิ่มเป็น 0.90 ดอลลาร์ต่อเที่ยว เงินส่วนนี้ 100% จะถูกส่งต่อให้คนขับโดยตรง เพื่อช่วยชดเชยต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และจะแสดงแยกชัดเจนในใบเสร็จหลังจบทริป
แพ็กเกจช่วยเหลือคนขับมูลค่าสูง
นอกจากการขึ้นค่าธรรมเนียมแล้ว Grab ยังเปิดตัวแพ็กเกจช่วยเหลือคนขับมูลค่ารวมกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยมาตรการประกอบด้วย:
- คูปองส่วนลดน้ำมัน (Fuel vouchers)
- โบนัสเงินสดรายเดือนเพิ่มขึ้น
- โปรแกรมเงินคืน (cashback rebates)
บริษัทชี้แจงว่า มาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบเพื่อช่วยลดภาระต้นทุนรายวันของคนขับ หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การดำเนินการทั้งหมดพัฒนาร่วมกับ National Private Hire Vehicles Association ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนผู้ขับขี่
มาตรการจากผู้ให้บริการรายอื่น
ไม่เพียงแต่ Grab เท่านั้น ผู้ให้บริการรายอื่นในสิงคโปร์ก็เริ่มออกมาตรการช่วยเหลือเช่นกัน ตัวอย่างเช่น:
- บริษัท Strides Premier ในเครือ SMRT ประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารเล็กน้อย พร้อมมอบเครดิตค่าน้ำมัน 50 ดอลลาร์ให้คนขับ
- ComfortDelGro ผู้ให้บริการแท็กซี่รายใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้เริ่มเก็บ "driver fee" ชั่วคราว และปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม
- แอปเรียกรถ TADA ระบุว่า อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเพิ่มรายได้และสวัสดิการให้คนขับ
การปรับตัวในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของอุตสาหกรรมบริการเรียกรถในการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่ผันผวน เพื่อรักษาความยั่งยืนของธุรกิจและสวัสดิการของผู้ขับขี่ในระยะยาว



