ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ประกาศเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารสูงสุดถึง 5,000 คนต่อเที่ยวบิน หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายและมีแนวโน้มการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ขณะนี้ท่าอากาศยานได้ปรับแผนการดำเนินงานเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้
การปรับแผนรองรับผู้โดยสาร
การปรับแผนครั้งนี้รวมถึงการเพิ่มช่องทางตรวจคนเข้าเมือง การปรับปรุงระบบขนส่งภายในท่าอากาศยาน และการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบตรวจวัดอุณหภูมิและจุดบริการเจลแอลกอฮอล์เพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัย
นายกิตติพงศ์กล่าวว่า “เราคาดการณ์ว่าปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 คนต่อเที่ยวบินในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19” โดยข้อมูลจากท่าอากาศยานระบุว่า ในช่วงก่อนโควิด-19 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 3,000-4,000 คนต่อเที่ยวบิน แต่ในช่วงที่ผ่านมาลดลงเหลือเพียงไม่กี่ร้อยคน
การฟื้นตัวของธุรกิจการบิน
การเตรียมความพร้อมครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจการบินทั่วโลก โดยสายการบินต่างๆ เริ่มเพิ่มเที่ยวบินและเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไทยเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญ
นอกจากนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมควบคุมโรค เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบต่อผู้โดยสาร
การเพิ่มจำนวนผู้โดยสารสูงสุดต่อเที่ยวบินอาจส่งผลให้เกิดความแออัดในบางพื้นที่ของท่าอากาศยาน โดยเฉพาะบริเวณจุดตรวจคนเข้าเมืองและจุดรับกระเป๋าเดินทาง อย่างไรก็ตาม ท่าอากาศยานได้วางมาตรการเพื่อลดผลกระทบ เช่น การเพิ่มช่องทางบริการและการแจ้งเตือนผู้โดยสารล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน
ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิควรเผื่อเวลาเดินทางมาถึงท่าอากาศยานล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และ 2 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับกระบวนการตรวจสอบต่างๆ



