ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 3 ประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนประจำปี 2567 จากการสำรวจของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ผลสำรวจนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย
ปัจจัยที่ทำให้ไทยน่าลงทุน
รายงานของเอดีบีระบุว่า ไทยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการที่ดึงดูดนักลงทุน อาทิ โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง นโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และความพร้อมของแรงงานที่มีทักษะ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวหลังวิกฤตโควิด-19 ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม
อันดับ 1 ใน 3 ของอาเซียน
ในการจัดอันดับครั้งนี้ ไทยอยู่ในลำดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์และเวียดนาม ซึ่งครองอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ สิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการลงทุนชั้นนำของภูมิภาค ขณะที่เวียดนามได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงมีจุดแข็งในด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และการแพทย์ครบวงจร ซึ่งเป็นสาขาที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์อิสระ กล่าวว่า การที่ไทยติดอันดับ 1 ใน 3 แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนยังคงมองไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาค แต่ไทยต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงานและปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้านโยบายส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
แนวโน้มการลงทุนในอนาคต
เอดีบีคาดการณ์ว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด ไทยมีศักยภาพที่จะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเหล่านี้ หากสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การที่ไทยเป็นประธานอาเซียนในปี 2568 จะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนและเสริมสร้างบทบาทของไทยในเวทีภูมิภาค



