เงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือนที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 โดยได้รับแรงหนุนจากสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐปรับลดดอกเบี้ยลงเร็วกว่าที่คาด ขณะเดียวกันธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยซึ่งกดดันเงินเยนให้แข็งค่า ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงโดยรวม
ปัจจัยหนุนเงินบาทแข็งค่า
นักวิเคราะห์ระบุว่าปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าในครั้งนี้มาจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมเดือนกันยายน หลังจากข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานสหรัฐชะลอตัวลง นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยซึ่งทำให้เงินเยนแข็งค่าและกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบทั้งบวกและลบต่อเศรษฐกิจไทย ในด้านบวกช่วยลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันและสินค้าวัตถุดิบ ในด้านลบกระทบต่อผู้ส่งออกที่รายได้ลดลงเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง
แนวโน้มระยะต่อไป
นักวิเคราะห์คาดว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องในระยะสั้น โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามหากธนาคารกลางสหรัฐยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยตามคาด เงินบาทอาจอ่อนค่าลงได้
- ธนาคารแห่งประเทศไทยจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- ผู้ส่งออกควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
- นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและญี่ปุ่น



