ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยเอกสารข้อมูลการเงิน แสดงรายละเอียดการเข้าซื้อและขายสินทรัพย์ทั้งหุ้น กองทุน ตลอดจนตราสารหนี้ของบริษัทอเมริกันยักษ์ใหญ่หลายแห่งตั้งแต่ต้นปี 2026 รวมมูลค่ากว่า 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำธุรกรรมในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและกองทุนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทใหญ่ของโลก
รายละเอียดการลงทุนของทรัมป์
ตามเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนกว่า 100 หน้า ระบุว่า ทรัมป์ได้เข้าซื้อสินทรัพย์ในหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่ Nvidia, Intel, Oracle, Microsoft, Broadcom, Boeing, Dell, Adobe, Uber และ Costco Wholesale รวมถึงกองทุน S&P 500 Index Fund โดยมีการซื้อสูงสุดถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อบริษัท อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจน แต่เป็นเพียงระดับตัวเลข เนื่องจากทรัมป์ไม่ถูกบังคับให้ระบุประเภทสินทรัพย์อย่างละเอียดว่าเป็นหุ้น กองทุน หรือพันธบัตร
การซื้อขายในกลุ่มเทคโนโลยี
ทรัมป์ทำธุรกรรมเกี่ยวกับ Intel ถึง 6 รายการ หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงเข้าถือหุ้น 10% ใน Intel มูลค่าเกือบ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีการซื้อขายใน Netflix, Paramount Skydance และ Warner Bros. Discovery โดยในเดือนมีนาคม ทรัมป์ซื้อหุ้น Warner Bros. Discovery มูลค่าอย่างน้อย 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ และถือหุ้นใน Paramount Skydance มูลค่าอย่างน้อย 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Netflix มีธุรกรรมซื้อขายรวม 19 รายการ มูลค่าตั้งแต่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐไปจนถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การขายที่มีมูลค่าสูง
รายการขายที่มีมูลค่าสูงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยทรัมป์ขายการถือครองใน Microsoft, Meta และ Amazon คิดเป็นมูลค่าระหว่าง 5-25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ใน Microsoft และ Amazon ก็มีการซื้อเพิ่มเติมสูงสุดที่ 1-5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Meta ซื้อที่หลักพันถึง 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีการขายหน่วยลงทุนในกองทุน ETF ของ Vanguard ในเดือนมกราคม มูลค่าอย่างน้อย 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การลงทุนในภาคการเงิน
ทรัมป์ทำธุรกรรมซื้อใน Goldman Sachs มูลค่าประมาณ 5 แสนถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และซื้อใน Bank of America โดยไม่ระบุตัวเลขชัดเจน
ความแตกต่างจากประธานาธิบดีคนก่อน
ทรัมป์ดำเนินการแตกต่างจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคน เนื่องจากเขาไม่ได้โอนทรัพย์สินเข้าสู่ Blind Trust หรือกองทรัสต์ที่ผู้ดูแลอิสระบริหารโดยที่เจ้าของทรัพย์สินไม่รับรู้รายละเอียดการลงทุน ปัจจุบัน อาณาจักรธุรกิจของทรัมป์บริหารโดยลูกชายสองคน คือ เอริค ทรัมป์ และโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาเอง
เอกสารระบุธุรกรรมรวมมากกว่า 3,600 รายการภายในไตรมาสเดียว ทำให้หลายสื่ออเมริกันมองว่าพอร์ตนี้ Active มากผิดปกติสำหรับผู้นำประเทศ



