ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของไทยในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะขยายตัวประมาณ 2-3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น และปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือ
ปัจจัยหนุนการเติบโต
โครงการลงทุนภาครัฐที่สำคัญ เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าสายต่างๆ และมอเตอร์เวย์ ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง นอกจากนี้ การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นความต้องการงานก่อสร้างในพื้นที่เป้าหมาย
ความท้าทายที่ต้องเผชิญ
แม้จะมีปัจจัยบวกมากมาย แต่ผู้ประกอบการยังต้องบริหารจัดการความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็กและปูนซีเมนต์ที่ผันผวนตามตลาดโลก อีกทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงานก่อสร้างที่มีทักษะ ส่งผลให้ค่าจ้างแรงงานปรับตัวสูงขึ้น
- ต้นทุนวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 5-10%
- ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น 8-12%
- การแข่งขันด้านราคารุนแรงขึ้น
แนวโน้มในระยะยาว
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในระยะยาว จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการจึงควรปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน



