ผ่าสมรภูมิตลาดแรงงานปี 2569 อาชีพไหนรุ่ง ร่วง พร้อมแนวทางปรับตัว
ผ่าสมรภูมิตลาดแรงงานปี 2569 อาชีพไหนรุ่ง ร่วง

จากกระแสข่าวตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในเดือนเมษายน 2569 ดูเหมือนจะกลับมาสดใสอีกครั้ง หลังมีการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นถึง 115,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการเติบโตติดต่อกันสองเดือนเป็นครั้งแรกในรอบปี แต่ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์อย่าง Cory Stahle จาก Indeed กลับเตือนว่า ภายใต้พาดหัวข่าวที่ดูดีนี้ มีความอ่อนแอซ่อนอยู่ และนี่คืออินไซต์เชิงลึกจากตัวเลขการจ้างงานล่าสุดที่คนทำงานยุคนี้ต้องรู้

กลุ่มสายงานที่เติบโต รับฝั่งบวก

  • สาธารณสุข (Health Care): +37,000 ตำแหน่ง
  • ขนส่งและคลังสินค้า (Transportation & Warehousing): +30,000 ตำแหน่ง
  • ค้าปลีก (Retail Trade): +22,000 ตำแหน่ง
  • สังคมสงเคราะห์ (Social Assistance): +17,000 ตำแหน่ง
  • ท่องเที่ยวและบริการ (Leisure + Hospitality): +14,000 ตำแหน่ง

กลุ่มสายงานที่หดตัว รับฝั่งลบ

  • ไอทีและข้อมูล (Information): -13,000 ตำแหน่ง
  • การเงิน (Financial Activities): -11,000 ตำแหน่ง
  • รัฐบาลกลาง (Federal Government): -9,000 ตำแหน่ง
  • การผลิต (Manufacturing): -2,000 ตำแหน่ง

จากเนื้อหาข้างต้นนั้นสามารถสื่อออกมาได้อย่างหลากหลาย และบอกแนวทางทิศทางลงของตลาดแรงงานไว้อย่างน่าสนใจ

1. สาธารณสุข (Health Care) เดอะแบกที่อาจเป็นภาพลวงตา

จากตัวเลขด้านบนจะเห็นว่าอุตสาหกรรมสาธารณสุขคือผู้ชนะตัวจริงที่กวาดการจ้างงานไปสูงสุด ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น และเป็นอุตสาหกรรมที่คนจำเป็นต้องใช้ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่แค่ไหนก็ตาม แต่จุดน่าห่วงคือ หากเราหักตัวเลขจ้างงานของสายสาธารณสุขออกไป ภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังสูญเสียตำแหน่งงานมากกว่าที่สร้างขึ้น การจ้างงานรวมลดลงถึง 367,000 ตำแหน่งนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 การพึ่งพาการเติบโตจากเซกเตอร์เดียวจึงเป็นความเสี่ยงที่น่ากังวล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. ไอทีและการเงิน ร่วงหนักเพราะ AI หรือแค่โยกงบ

กลุ่มสายงานที่เจ็บหนักที่สุดตกเป็นของ Information (ข้อมูล/ไอที), Finance (การเงิน) และ Federal Government (รัฐบาลกลาง) โดยเฉพาะสายเทคฯ ที่ยังคงครองแชมป์การเลย์ออฟพนักงานอย่างต่อเนื่อง เดือนเมษายนมีการประกาศเลิกจ้างรวมกว่า 83,387 ตำแหน่ง สูงสุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่วิกฤตปี 2552 ความจริงเรื่อง AI การเลย์ออฟเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าหุ่นยนต์กำลังมาแย่งงานแบบ 100% เสมอไป แต่หลายบริษัทกำลังโยกย้ายทรัพยากร โดยลดต้นทุนแรงงานในบางแผนก เพื่อนำเงินทุนไปทุ่มให้กับการพัฒนาเทคโนโลยี AI มาเสริมประสิทธิภาพองค์กรแทน

3. ฝันร้ายของเด็กจบใหม่

ความไม่มั่นคงนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเด็กจบใหม่ อัตราการว่างงานของกลุ่มคนอายุ 22-27 ปี ปัจจุบันพุ่งทะยานไปถึง 5.6% ซึ่งสูงกว่าอัตราการว่างงานเฉลี่ยรวมที่ 4.3% อย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักมาจากการที่ตำแหน่งงานสาย White-collar (พนักงานออฟฟิศทั่วไป) ที่ไม่ใช่หมอหรือพยาบาล กำลังหดตัวลง ทำให้เด็กจบใหม่หาที่ยืนในตลาดงานได้ยากขึ้นมาก

แม้ตัวเลขและสถานการณ์อาจดูน่าหวั่นใจ แต่ในกลไกของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ทุกอย่างย่อมเป็นวัฏจักร (Business Cycles) สิ่งที่เคยร่วงหล่น วันหนึ่งก็จะกลับมาผงาดขึ้นใหม่ได้ หน้าที่ของคนทำงานและคนหางานในยุค 2569 คือการไม่หยุดพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะทักษะที่ทำงานร่วมกับ AI ได้ และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับกระแสลมที่เปลี่ยนทิศอยู่ตลอดเวลา