นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับล้งทุเรียนที่ยังลักลอบผลิตและส่งออกทุเรียนระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 พร้อมอายัดทุเรียนสด 3 ตู้คอนเทนเนอร์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี หลังตรวจพบว่ามีการใช้สถานที่ผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต
การตรวจสอบและอายัดสินค้า
ตามที่ มกอช. ได้รับแจ้งว่ามีล้งทุเรียนในพื้นที่ดังกล่าวลักลอบผลิตโดยไม่มีใบอนุญาต ผู้อำนวยการกองควบคุมมาตรฐานและพนักงานเจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าล้งทุเรียนรายใหญ่แห่งหนึ่งในตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งถูกคำสั่งให้พักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกทุเรียนตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ยังคงดำเนินกิจกรรมการผลิตภายในพื้นที่ โดยพบกล่องเปล่าบรรจุภัณฑ์กว่า 35,000 ชิ้น และทุเรียนบรรจุกล่องแล้วประมาณ 50,000 กิโลกรัม
พนักงานบริษัทอ้างว่าเป็นสินค้าของบริษัทรายอื่นที่เข้ามาใช้พื้นที่ผลิตร่วมกัน แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่ดังกล่าวในการผลิตทุเรียนตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงสั่งอายัดพื้นที่ผลิตของล้งทุเรียนรายดังกล่าวและบริษัทที่เข้ามาใช้สถานที่ผลิต เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้สถานที่ผลิตทุเรียนอีก รวมทั้งอายัดทุเรียนสดที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 3 ตู้ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับทั้งบริษัทเจ้าของพื้นที่และบริษัทที่เข้ามาใช้สถานที่ผลิต
บทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย
ด้านเลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า การผลิตสินค้าเกษตรในระหว่างที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เข้าข่ายการฝ่าฝืน ซึ่งมีโทษทั้งปรับ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาต นอกจากนี้ การคัดบรรจุทุเรียนสดตามมาตรฐานบังคับ มกษ.9070-2566 นอกพื้นที่ที่ระบุในใบอนุญาตหรือใบรับรองมาตรฐานจะถูกดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตและการรับรองมาตรฐานดังกล่าวด้วย
นางสาวปิยะรัฐชย์ ย้ำว่าขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานในการผลิตทุเรียนสดตาม มกษ.9070 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และตรงไปตรงมา โดยไม่มีการผ่อนปรน และจะไม่ยอมให้มีการวิ่งเต้นหรือแทรกแซงทุกรูปแบบเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน คุ้มครองผู้บริโภค และรักษาความเชื่อมั่นต่อคุณภาพสินค้าเกษตรไทยทั้งในประเทศและตลาดโลก



