สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในปี 2567 วงเงินรวมกว่า 3 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยโครงการสำคัญประกอบด้วย รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด และสนามบินอู่ตะเภา
รายละเอียดโครงการลงทุน
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการอีอีซี กล่าวว่า การลงทุนในปีนี้เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการคมนาคมและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572
ท่าเรือและสนามบิน
นอกจากนี้ ยังมีโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 วงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางการบินนานาชาติ วงเงิน 2.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยรองรับการขนส่งสินค้าและนักท่องเที่ยว
- รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน: 2 แสนล้านบาท
- ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3: 5.5 หมื่นล้านบาท
- สนามบินอู่ตะเภา: 2.9 หมื่นล้านบาท
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การลงทุนดังกล่าวคาดว่าจะสร้างงานมากกว่า 2 แสนตำแหน่ง และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่อีอีซีไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และระบบอัตโนมัติ
นายคณิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่



